1 / 4

แสดงเพิ่มเติม
arrow
ผู้นำเช็กกล่าวขอโทษประชาชน ที่รับมือโควิด-19 ไม่ดีพอ ปล่อยผู้ติดเชื้อแตะหลักหมื่นต่อวัน สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในสาธารณรัฐเช็กเข้าขั้นวิกฤต จนนายกรัฐมนตรีต้องออกมาขอโทษผ่านสื่อ วันที่ 22 ต.ค. 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานการแถลงข่าวของนายอังเดร บาบิส นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเช็ก ถึงมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เขาได้ออกมาอธิบายถึงความจำเป็นที่จะต้องทำการล็อกดาวน์อีกครั้ง หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันขึ้นไปถึง 14,968 คนในวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลเช็กจำเป็นต้องยกระดับมาตรการด้วยการจำกัดการเดินทางออกจากบ้าน ปิดร้านค้าและธุรกิจที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน อย่างน้อยจนถึงวันที่ 3 พ.ย. นายบาบิสบอกกับผู้สื่อข่าวผ่านไปยังประชาชนว่า “ผมขอโทษที่ต้องใช้มาตรการใหม่ซึ่งจะกระทบต่อเจ้าของธุรกิจ พลเมือง ลูกจ้าง และผมขอโทษที่ตอนแรกได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้น เพราะผมไม่สามารถจินตนาการถึงสภาวะแบบนี้ได้เลย” นับตั้งแต่เริ่มเกิดการระบาดขึ้น สาธารณรัฐเช็กเป็นประเทศที่รับมือกับโควิด-19 ได้ดีที่สุดชาติหนึ่งในยุโรป ด้วยการประกาศล็อกดาวน์ตั้งแต่เนิ่นๆ และบังคับให้ประชาชนใส่หน้ากาก จนรัฐบาลเชื่อว่าควบคุมเชื้อไวรัสได้แล้ว จึงเปิดให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นหน้าร้อนของทวีปยุโรป แต่แล้วพอเข้าสู่เดือนก.ย. ที่หลายประเทศรอบข้างเผชิญกับการระบาดระลอกที่สอง นายบาบิสกลับปฏิเสธที่จะใช้มาตรการล็อกดาวน์เนื่องจากกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ส่งผลให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อขยับขึ้นเรื่อยๆ จนต้องยอมประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง ตอนนี้เขาได้ออกมายอมรับความผิดพลาดของตนเอง ที่คิดว่าวิกฤตจบลงไปตั้งแต่เดือนพ.ค.แล้ว และกล่าวขอโทษต่อประชาชนถึง 5 ครั้งในระหว่างการแถลงข่าว
23 ต.ค. 2563
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow
แสดงเพิ่มเติม
arrow

เช็คสถานการณ์ ข่าว องค์ความรู้ COVID-19

เช็คผลเรียลไทม์ ผลเลือกตั้ง ส.ส.ทัั่วประเทศ 500 ที่นั่ง

ฟรีคิกธวัชชัย วินาทีสะกดคนไทยทั้งประเทศ เอเชียนเกมส์ 2541

ไทม์ไลน์นิตยสารไทย