{{-- --}}
Advertisement

SHARE

วันนี้ (9 ม.ค.62) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า หลังกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ซึ่งกำหนดให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย มีผลใช้บังคับในวันที่ 9 ม.ค. 2562 นี้ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของคนไทย ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

โดยไทยถือเป็นประเทศแรกในอาเซียน และได้รับการชื่นชมจาก WHO ที่มีมาตรการทางกฎหมายที่ชัดเจน รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและสื่อสารถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ

กฎหมายฉบับนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมอาหาร ร่วมกันดำเนินการ เตรียมความพร้อมผู้ประกอบการ ทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและสามารถปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายหลังจากประกาศฯ

“อย่างไรก็ตาม การห้ามนำไขมันทรานส์มาใช้ในการผลิตอาหาร เพื่อให้ผู้บริโภคลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจากการบริโภคอาหารที่เป็นแหล่งหลักของไขมันทรานส์ ไม่รวมถึงไขมันทรานส์ที่พบอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว จึงขอให้ผู้บริโภคตระหนักในการรับประทานอาหารแต่อย่าตระหนกจนเกินไป เพราะการมีสุขภาพที่ดีนั้นมาจากการเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ ลดหวาน มัน เค็ม ควบคู่กับการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ”   นพ.ปิยะสกล กล่าว

ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์อาหารที่มีน้ำมันที่มีไขมันทรานส์ ไม่ให้มีในท้องตลาดแล้ว ส่วนการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำใบรับรอง เพื่อยืนยันว่า อาหารไม่ปนเปื้อนไขมันทรานส์ที่เกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรม

โดยหลังจากนี้ อย. จะดำเนินการตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง สถานที่ผลิต นำเข้า และจำหน่าย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค

หากพบการกระทำฝ่าฝืนจะมีโทษ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท ตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 หากประชาชนพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งสายด่วน อย.1556 หรือร้องเรียน ผ่าน Oryor Smart Application หรือ [email protected]

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...