Advertisement

SHARE

ประเด็น – คนงานสนามกีฬาโอลิมปิกโตเกียว 2020 ที่เสีียชีวิตเมื่อเดือนเมษายน ถูกวินิจฉัยว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีอาการทางจิตเวชที่เกิดจากการทำงานหนักเกินไป โดยก่อนเสียชีวิตทำงานล่วงเวลากว่า 190 ชั่วโมงใน 1 เดือน

คนงานชาวญี่ปุ่น วัย 23 ปี ทำงานก่อสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกโตเกียว 2020 ที่เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานญี่ปุ่นได้ตัดสินแล้วว่าเป็นการฆ่าตัวตาย จากอาการทางจิตเวช ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เขาทำงานล่วงเวลากว่า 190 ชั่วโมงใน 1 เดือน และครอบครัวมีสิทธิได้รับค่าชดเชย

โดยเขาเริ่มเข้าทำงานที่สนามกีฬาโอลิมปิกโตเกียว 2020 เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ก่อนจะหายตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมพร้อมทิ้งข้อความไว้ว่า “ถึงขีดจำกัดแล้ว ทั้งร่างกายและจิตใจ” ต่อมาเขาถูกพบว่าเสียชีวิตในหุบเขาในเดือนเมษายน

ฮิโรชิ คะวะฮิโตะ ทนายความ ตัวแทนของครอบครัวคนงาน กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตต้องรับผิดชอบควบคุมคุณภาพงานวัสดุสิ่งก่อสร้างของสนามกีฬาฯ และทำงานล่วงเวลากว่า 190 ชั่วโมงใน 1 เดือน เพื่อที่จะเร่งสร้างสนามฯ ให้เสร็จตามกำหนด และต้องใช้คนงานกว่า 1,000 คนต่อวัน หลังจากที่มีปัญหา ทำให้การก่อสร้างล่าช้ากว่ากำหนด

ซึ่งเกินกว่า 80 ชั่วโมงตามที่รัฐบาลกำหนด เพื่อลดปัญหาการเสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินไป หรือที่เรียกว่า โรคคะโรชิ (เสียชีวิตจากการทำงานมากเกินไป)

ในญี่ปุ่นเป็นที่ทราบกันว่า “วัฒนธรรมของมนุษย์เงินเดือน” ของชาวญี่ปุ่นจะทุ่มเทให้กับงานและทำงานกันอย่างหนัก รวมทั้งชั่วโมงการทำงานที่เข้มงวด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงาน และจากงานวิจัยของรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้วพบว่า 1 ใน 5 ของพนักงานมีความเสี่ยงจากการทำงานถึงขั้นเสียชีวิต ชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไป และการทำโอทีเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลต่อสุขภาพและเสียชีวิต

 

ก่อนหน้านี้ นางสาวมิวะ สะโดะ อายุ 31 ปี เป็นผู้สื่อข่าวสายการเมืองประจำเอ็นเอชเคสำนักงานใหญ่ กรุงโตเกียว เสียชีวิตด้วยหัวใจวายเนื่องจากทำงานล่วงเวลามากว่า 159 ชั่วโมงภายใน 1 เดือน และมีเวลาพักเพียง 2 วันเท่านั้น ซึ่งถือว่าการเสียชีวิตจากการทำงานของชาวญี่ปุ่นสะท้อนวัฒนธรรมการทำงานของชาวญี่ปุ่น ที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยเอ็นเอชเครับปากว่าจะปฏิรูปปรับปรุงระบบการทำงานของผู้สื่อข่าวให้ดีขึ้น

ที่มา: ANNnews, theguardian

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...