Advertisement

SHARE

ตำรวจตามเจอรถตู้ที่ชนนักปั่นจักรยานออแดกซ์ ชาวฟิลิปินส์จนเสียชีวิตแล้ว ในพื้นที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พบว่าจอดซ่อมในอู่ที่มีนบุรี คนขับอ้างชนวัว

จากอุบัติเหตุ รถตู้โตโยต้า สีขาว เฉี่ยวชนนายรัสเซล เปเรซ อายุ 55 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นนักปั่นจักรยานทางไกลรายการ 1,000 BRM สุวรรณภูมิ-ตราด จนเสียชีวิต เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 23 ต.ค.61 ที่ผ่านมา โดยจุดเกิดเหตุอยู่ในระยะที่ 959 ของเส้นทาง บริเวณสามแยกหัวเนิน บนถนน 314 หรือถนนสิริโสธร ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ขณะที่นักปั่นเลี้ยวขวาตามสัญญาณ ถูกรถตู้วิ่งฝ่าสัญญาณไฟจราจร พุ่งชนได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลบ้านโพธิ์แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่รถตู้คู่กรณีหลังขับรถชนคนได้ชะลอรถหยุดดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะขับหลบหนีไป

ต่อมาวานนี้ (25 ต.ค.61) พ.ต.อ.นิพนธ์ คล้ายสิงห์ ผกก.สภ.แสนภูดาษ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้กระจายกำลังกันออกสืบสวนหาข่าว และดูกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ที่คาดว่า ผู้ก่อเหตุจะใช้หลบหนี จนมาพบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ และทางออกของถนนมอเตอร์เวย์ พบว่าก่อนหน้าที่รถตู้รถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว  หมายเลขทะเบียน 33-3521 กรุงเทพมหานคร จะขับผ่านมา มีรถจักรยานขี่ผ่านไป 2 คัน ซึ่งรถจักรยานคันที่ 2 ถูกรถตู้ขับตามหลังมา ซึ่งภาพในกล้องวงจรปิดสุดแค่ตรงนี้ ก่อนที่สุดท้ายจะเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น

นายรัสเซล เปเรซ ผู้เสียชีวิต

ล่าสุดววันนี้ (26 ต.ค. 61) เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ สภ.แสนภูดาษ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีการนำตัว นายชุติพันธุ์ บุดดาเวียง คนขับรถตู้ มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน

โดย พล.ต.ต.ธีรพลเผยว่าจากการสอบปากคำผู้ต้องหา ผู้ต้องหาอ้างว่าในวันเกิดเหตุไม่เห็นสัญญานไฟจราจร และค่อนข้างใช้ความเร็ว เป็นเหตุทำให้ชนนักปั่นจักรยาน เมื่อชนแล้วก็รู้สึกตกใจจึงขับรถต่อไปยัง จ.สระแก้ว และบอกกับเจ้าของรถว่าได้จับรถชนวัวมา จากนั้นเจ้าของรถจึงได้นำรถตู้คันดังกล่าวมาซ่อมย่านมีนบุรี ก่อนผู้ต้องหาจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ที่บ้านพัก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ทั้งนี้ยังได้ทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดนายชุติพันธุ์พบว่ามีปัสสาวะเป็นสีม่วง ผู้ต้องหาอ้างว่าได้ทำการเสพระหว่างหลบหนี เนื่องจากเครียดจากเรื่องดังกล่าว โดยปฏิเสธว่าในวันเกิดเหตุไม่ได้ใช้สารเสพติดแต่อย่างใด พร้อมกับแจ้ง4ข้อหา คือขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ, ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร และเสพยาเสพติด

จากการพูดคุยกับ นายวิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ ตัวแทนประสานงานช่วยเหลือครอบครัวของ Mr. Russal Peres เผยว่านายรัซเซล เป็นนักปั่นจักรยานมาแล้วทัวร์โลกได้เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนนักปั่นชาวฟิลิปปินส์อีก 2 คนเพื่อร่วมกิจกรรม 1000.BRM สุวรรณภูมิ-ตราด ซึ่งลักษณะในการปั่นจักรยานมีเวลากำหนดให้ 75 ชั่วโมง โดยออกสตาร์ดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังจังหวัดตราด

ในวันเกิดเหตุเป็นขากลับ จากตราดเพื่อเข้าเส้นชัยที่สุวรรณภูมิ Mr.Russal.ได้ปั่นมาถึงระยะ 959 ของเส้นทาง คือแยกหัวเนิน ถนนสิริโสธร ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมกับกลุ่มเพื่อนอีก4-5คนและได้จอดรอสัญญานไฟเพื่อเลี้ยวขวา ก็ปรากฏว่าถูกรถตู้คันดันกล่าวได้ฝ่าฝืนสัญญาณจราจรจนเกิดเหตุที่เศร้่าสลด ทั้งนี้ทางครอบครัวของนายรัชเซลเสียใจมากต่อเรื่องดังกล่าว และเผยว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าเกิดขึ้น พร้อมกับให้ช่วยเหลือติดตามเรื่องคดี ทั้งนี้ทางญาติได้นำร่างขอวนายรัชเซลกลับไปยังประเทศฟิลิปปินส์เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว

ขณะเดียวกันนายศุภเดช เวชวงศ์ ผู้ประสานงานกิจกรรมดังกล่าวพูดถึง ความปลอดภัยในการดูแลนักปั่นจักรยานว่า ทางผู้จัดได้จัดงานดังกล่าวต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว โดยเส้นทางสุวรรณภูมิ-ตราด ได้จัดกิจกรรมเป็นครั้งที่ 3 ที่ผ่านมาไม่เคยมีอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตมาก่อน ทางทีมงานได้มีการสำรวจเส้นทางที่มีความเสี่ยงอันตรายน้อยที่สุดกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะมีการจับกลุ่มขี่กันเป็นกลุ่มๆ โดยกำหนดระยะเวลา75ชั่วโมง

โดยนักปั่นแต่ละคนจะกำหนดระยะที่จะปั่นในแต่ละวันเอง ยืนยันว่าทางทีมงานมีมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีรถพยาบาลอยู่ประจำในบางจุด ซึ่งพิจารณายังจุดที่มีความเสี่ยงสูง เช่นทางมืด หรือเส้นทางที่มีอุบัติเหตุสูง โดยเส้นทางที่กำหนดส่วนใหญ่จะเป็นเส้นทางรอง ส่วนเรื่องค่าประกันนั้นทางทีมงานได้ทำประกันชีวิตให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน ในกรณีเสียชีวิตวงเงิน 2 แสนบาท

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง   รถตู้ฝ่าไฟแดง ชนนักปั่นจักรยานฟิลิปปินส์ดับระหว่างแข่งในไทย ยังจับไม่ได้

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...