Advertisement

SHARE

ประเด็นคือ- ชาวนาหลายพื้นที่ใน จ.บุรีรัมย์ เร่งจ้างรถเกี่ยวข้าวที่บางส่วนจมน้ำ และถูกลมหนาวพัดข้าวล้ม แม้ต้องรอคิวนานเป็นสัปดาห์ ตัดใจขายข้าวแม้ได้ในราคาต่ำ เพราะจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน อีกทั้งยังประสบปัญหาใบไหม้ข้าวและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดซ้ำเติม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 พ.ย. 60) ชาวนาในหลายพื้นที่ของ จ.บุรีรัมย์ โดยเฉพาะ อ.เมือง ต้องพากันเร่งหาจ้างรถเกี่ยวข้าว ในราคาไร่ละ 550 บาท แม้จะต้องรอคิวนานร่วมสัปดาห์ โดยต้องเร่งเก็บเกี่ยวเพราะข้าวบางส่วนจมน้ำ และต้นข้าวล้มระเนระนาดจากแรงลมหนาวให้แล้วเสร็จอย่างเร่งด่วน

ส่วนมากเมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็จะนำข้าวใส่รถบรรทุกไปขายให้กับโรงสีและสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียงทันที และราคาช่วงนี้ค่อนข้างต่ำมาก ขายได้เฉลี่ยตันละ 9,000-9,800 บาท ขึ้นอยู่กับความชื้นของข้าว ขณะที่มีชาวนาอีกหลายรายไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร เพราะประสบปัญหาใบไหม้ข้าว และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในนาข้าวเสียหาย ลงทุนทำนาทั้งปี แต่ได้ผลผลิตไม่ถึงครึ่ง

นายสิน ยอดสวัสดิ์ อายุ 50 ปี ชาวนาบ้านขาย่าง ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ปีนี้ทำนา 27 ไร่ ต้องเร่งเกี่ยวข้าวที่บางส่วนจมน้ำ และถูกลมพัดต้นข้าว หากเก็บเกี่ยวไม่ทันจะทำให้ข้าวได้รับความเสียหาย ลงทุนเฉลี่ยต่อไร่กว่า 1,000 บาท แต่เกี่ยวข้าวได้ไร่ละไม่ถึง 500 บาท อีกทั้งราคาข้าวช่วงนี้ค่อนข้างต่ำมาก ขายได้เฉลี่ยตันละ 9,000-9,800 บาท ขึ้นอยู่กับความชื้นของข้าว ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างต่ำ หักค่ารถเกี่ยว ค่าปุ๋ย ค่ายา ก็แทบจะไม่เหลือกำไร

ขณะที่นางจำลอง จันทร์ประโคน ชาวนาบ้านเสม็ด ต.สำโรง อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ทำนาปีนี้ได้ผลผลิตข้าวไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะประสบปัญหาการระบาดของโรคใบไหม้ข้าว และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลทำลายต้น ข้าวไม่ออกรวง ซึ่งขณะนี้เกี่ยวข้าวไปแล้วกว่า 20 ไร่ ได้ผลผลิตข้าวเพียง 5 ตัน ทั้งยังต้องจ้างรถบรรทุกข้าวมาขายอีกเที่ยวละ 500 บาท ทำนาปีนี้ขาดทุน ไม่รู้จะหาเงินที่ไหนไปใช้หนี้ ธกส.ที่มีอยู่กว่า 170,000 บาท และค่าใช้จ่ายในครอบครัวอีก จึงอยากวอนหน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือชดเชยผลผลิตข้าวที่เสียหายด้วย

 

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...