Advertisement

SHARE

เป็นเวลาเกือบ 1 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศจัดทำ “ยุทธศาสตร์ชาติ” เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาประเทศตลอด 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ตามวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

นอกเหนือจากการแต่งตั้งคณะกรรมการที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ  รัฐบาลมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมข้อเสนอ โครงการและแผนงานจากทุกกระทรวง เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติฉบับร่าง ก่อนใช้เป็นแนวทางการผลิตฉบับสมบูรณ์ในอนาคต

เป็นที่มาของกรอบยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ประกอบด้วย 1. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 2. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน  3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน 4. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 6. ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

โดยล่าสุด สศช. ได้จัดทำเอกสาร 122 หน้า หัวเรื่อง  “ร่างยุทธศาสตร์ชาติ” เพื่อใช้เป็นคัมภีร์ในการบรรลุเป้าหมายในอนาคต

บรรทัดต่อจากนี้เป็นสาระสำคัญที่คัดสรรมาเฉพาะ “เป้าหมาย” เพื่อให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ภายใต้แนวคิดของรัฐบาล 

 

มั่นคงทุกมิติ – รายได้เฉลี่ยต่อคนปีละ 500,000 บาท 

ด้านความมั่นคง มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงในทุกระดับ พร้อมรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีทางไซเบอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ การก่อการร้าย และโรคอุบัติใหม่ต่างๆ รวมถึงมีความมั่นคงทางด้านอาหาร น้ำ พลังงาน รวมถึงสถาบันหลักของชาติ

ส่วนด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเพิ่มผลิตภาพการผลิต โดยอาศัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย รวมถึงนวัตกรรม เป็นธงนำในการพัฒนาประเทศ โดยในอีก 20 ปีข้างหน้าไทยต้องติดอันดับ 1 ใน 10 จากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันขององค์กรทั่วโลก การพัฒนาเศรษฐกิจทุกภาคส่วนต้องส่งผลให้ประชาชนมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 500,000 บาทต่อปี พร้อมเพิ่มอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี 

 

สร้างสังคมแห่งโอกาส ยกระดับเป็นชาติที่พัฒนาแล้ว 

สำหรับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ยุทธศาสตร์ชาติต้องวางรากฐานการพัฒนาคนไทยในอนาคต ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความพร้อมทางกาย ใจ และสติปัญญา สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต มีทักษะฝีมือแรงงาน เป็นนักคิด และเป็นผู้ประกอบการในศตวรรษที่ 21

ขณะที่การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม ในอนาคตไทยต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ทุกคนต้องมีโอกาสและความเสมอภาค เป็น “สังคมแห่งโอกาส” โดยประชาชนร้อยละ 40 ที่มีรายได้ต่ำสุดและผู้ด้อยโอกาส ต้องได้รับการพัฒนาศักยภาพและโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากร ซึ่งในอีก 20 ปีข้างหน้า ต้องมีระบบประกันสังคมที่ดี มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ และผลิตนโยบายภาษีเพื่อปฏิรูปการถือครองทรัพย์สินทั่วประเทศ 

 

เพิ่มพื้นที่ป่า – ภาครัฐโปร่งใสไร้ทุจริต 

ส่วนการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และใช้พลังงานสะอาดในภาคการไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 128 ล้านไร่ หรือร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศไทย และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเศรษฐกิจให้ได้ร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573

สุดท้ายคือ ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เน้นเป้าหมายสำคัญที่การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนรวม ให้บริการประชาชนด้วยความโปร่งใส พร้อมตั้งเป้าให้คะแนนภาพลักษณ์การทุจริตของประเทศไทย (Corruption Perception Index หรือ CPI) จากการสำรวจขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ไม่น้อยกว่า 80 คะแนน จากการจัดอันดับล่าสุดได้เพียง 30 คะแนนจาก 100 คะแนนเต็ม 

 

ทั้งหมดเป็น “เป้าหมาย” ที่เริ่มนับหนึ่งในรัฐบาลนี้ พร้อมตั้งกฎเหล็กให้ทุกรัฐบาลต้องปฏิบัติตามไปตลอด 20 ปี ซึ่งสิ่งที่ต้องจับตามองคือ “วิธีการ” ที่จะนำไปสู่ปลายทางที่วางไว้ 

 

ซึ่งตลอด 1 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึง “ยุทธศาสตร์ชาติ” เราจะได้ยินเพียง “เป้าหมาย” เท่านั้น ส่วน “วิธีการ” ยังคงเป็นภาพเลือนลางที่ยังไม่เกิดขึ้น

และหาก “ยุทธศาสตร์ชาติ” ไร้ซึ่ง “วิธีการ” ที่มีประสิทธิภาพและขาดความชัดเจนในแผนปฏิบัติงาน สุดท้าย “เป้าหมาย” ที่รัฐบาลต้องการ อาจกลายเป็นเพียง “ความฝัน” ที่ทำได้เพียงเร่ขายให้คนไทยคาดหวังได้เพียงอย่างเดียว 

 

 

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...