{{-- --}}
Advertisement

SHARE

“ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” ได้รับอิสรภาพ หลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในเช้าวันนี้  ระบุ ได้เจออดีตพระผู้ใหญ่ ที่ต้องโทษในคดีเงินทอนวัด พร้อมฝากข้อคิด ถ้าทำผิดให้รับสารภาพ เพื่อกระบวนการยุติธรรมจะได้สั้นลง ลูกชาย 2 คนโผกอด บอกภูมิใจที่พ่อไม่หนีคดี

วันที่ 21 ก.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมือง อดีตเจ้าของธุรกิจสีเทา และอดีตพิธีกรรายการข่าวชื่อดัง ได้รับการปล่อยตัวจากกรมราชทัณฑ์ ให้ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เนื่องจากครบกำหนดโทษจำคุก 1 เดือน หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกในคดีแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินเป็นเท็จ โดยทันทีที่นายชูวิทย์ ก้าวขาพ้นจากประตูเรือนจำ ได้เข้าไปกอดกับนายต้นตระกูล (เสื้อฟ้า) และนายเติมตระกูล กมลวิศิษฏ์ (เสื้อขาว)ลูกชาย 2 คนของนายชูวิทย์ ที่เดินทางมารับ

โดยนายชูวิทย์ ได้กล่าวเปิดใจว่า 1 เดือนคือการมาดูงานข้างใน ยอมรับว่าเหนื่อยหน่อย แต่ขอบคุณทุกคนที่มารับ ก็เข้ามาอยู่ข้างใน 3 รอบแล้ว ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน กรมราชทัณฑ์เปลี่ยนไปสะอาดและเรียบร้อยขึ้นกว่า 2 ครั้งที่ตนเคยเข้ามา ส่วนเรื่องสุขภาพนั้น อยู่ข้างในสุขภาพดี เพราะได้กินเป็นเวลา ออกกำลังกาย อยู่ข้างนอกไม่ได้ทำ ก็เหมือนผู้ต้องขังคนอื่น เพราะข้างในสูบบุหรี่ก็ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เข้าไปข้างในได้เจออดีตพระผู้ใหญ่หรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า “เจอหมด ฝากบอกพุทธอิสระว่าไม่ต้องกลัวผม ไม่สบายก็ไปหาหมอ เห็นผมแล้วก็กลัวไม่ยอมออกมา อยู่ข้างในนี้เราศักดิ์ศรีเสมอกันหมดครับ  เป็นนักโทษอะไรก็ต้องละวางไว้ที่หน้าประตู ใครเป็นรัฐมนตรี ใครเป็นด๊อกเตอร์ ใครเป็นพระผู้ใหญ่ไม่มีหรอกครับ พอเข้าไปข้างในเป็นนักโทษเหมือนกันหมดครับ ครั้งที่ 3 ไม่แตกต่าง คุกก็คือคุกที่ขังอิสระ” 

นายชูวิทย์ ยังกล่าวด้วยว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปทำหน้าที่สื่อมวลชนเหมือนเดิม เพราะเป็นหน้าที่ที่ดี พร้อมบอกว่า เสียดายที่ตนไม่ได้ไปเชียงราย แต่อยู่ในข้างในก็ติดตามข่าวนี้โดยตลอด ส่วนจะกลับไปทำรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์ชื่อดัง 2 ช่องหรือไม่ จะให้คำตอบในวันจันทร์ที่ 23 ก.ค.นี้

“ผมฝากว่า คนเรารู้ตัวอยู่ว่าทำผิดหรือทำถูก เพราะฉะนั้นถ้าจะทำให้ขั้นตอนง่ายขึ้น กระบวนการยุติธรรมสั้นขึ้นก็รับ ผมคิดว่ากระบวนการยุติธรรมศาลไทยมีข้อดีตรงที่มีความเมตตา เมื่อท่านรับก็ลดครึ่งนึง ผมว่าเยอะนะครับ ครั้งก่อนผมโดน 5 ปีลดเหลือ 2 ปี ครั้งนี้ผมโดน 2 เดือนลดเหลือ 1 เดือน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำผิดหรือทำถูกอยู่ในใจคงรู้อยู่ ไม่จำเป็นต้องใช้ทนายด้วยซ้ำ เท่าที่ผมเจอข้างในทนายอาจทำให้ยุ่งยาก และติดมากขึ้นด้วยซ้ำ” นายชูวิทย์ กล่าว

ขณะที่ นายต้นตระกูล กมลวิศิษฏ์ ลูกชายนายชูวิทย์ กล่าวว่า ภูมิใจทุกครั้งที่พ่อไม่ได้หนีหรือดิ้นรนไปไหน เขายอมรับผิด ออกมาครั้งนี้ก็ขอให้พ่อไม่ต้องไปติดอีกก็พอแล้วครับ และว่า พ่ออยากไปทะเลเมืองที่หนาวๆ ตนคงจะพาไปพักผ่อนเมืองนอก

อ่านข่าวอื่นได้ที่
เว็บไซต์ : workpointnews.com
เฟซบุ๊ก: ข่าวเวิร์คพอยท์ ตลาดข่าว   
ยูทูบ: workpoint news   
ทวิตเตอร์: workpoint news   
อินสตาแกรม: workpointnews

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...