Advertisement

SHARE

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสของเรอัล มาดริดสร้างประวัติศาสร์เป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่คว้าแชมป์ยูโรป 3 สมัยติดต่อกัน หลังพา “โลส บรังโกส” ถลุง “เครื่องจักรสีแดง” ไป 3-1 คว้าแชมป์สมัยที่ 13 ไปครอง

จากเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อคืนที่ผ่านมา ณ สนามโอลิมเปียสกี สเตเดี้ยม ในกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เรอัล มาดริด ภายใต้การนำของ “ซิซู” ซีเนดีน ซีดานเอาชนะ ลิเวอร์พูล ของกุนซือเยอร์เกน คล็อปป์ ไปด้วยสกอร์ 3-1 จากระตูของคาริม เบนเซม่าที่ฉกบอลจากความผิดพลาดของโลริส คาริอุส มือกาวเมืองเบียร์ของลิเวอร์พูลเข้าไปยิงง่ายๆ และอีก 2 ประตูสุดสวยจากแกเรธ เบล

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เรอัล มาดริดเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ 3 สมัยติดต่อกัน โดยทีมล่าสุดที่คว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัยติดต่อกันคือบาเยิร์น มิวนิค เมื่อ 42 ปีที่แล้วช่วงปี 1974-1976 สมัยที่ยังใช้ชื่อรายการว่ายูโรเปียน คัพ ซึ่งแชมป์ในซีซั่นนี้ของมาดริดถือเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 13 (CAMPEONES DECIMOTERCERA) มากที่สุดเหนือทุกทีมในยุโรป

ทั้งนี้ซีเนดีน ซีดานยังสร้างสถิติเป็นโค้ชคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสโมสรยุโรป ที่สามารถพาทีมคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์มาครองได้ 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งทำให้ซีดานคว้าแชมป์ยุโรปในฐานะกุนซือมากที่สุด 3 สมัยเทียบเท่ากับบ็อบ เพรสลี่ย์ และคาร์โล อันเชล็อตติ นอกจากนี้กัปตันทีมคนเก่งของเขาอย่างเซร์คิโอ รามอส ถือเป็นกัปตันทีมคนแรกในรอบ 42 ปี ที่คว้าแชมป์ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ 3 สมัยซ้อน ซึ่งคนล่าสุดที่ทำได้ก็คือ “แดร์ ไกเซอร์” ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ จากบาเยิร์น มิวนิค สมัยที่ยังใช้ชื่อว่า ยูโรเปียน คัพ (1974-1976)

จากไร้ประสบการณ์สู่บัลลังค์แชมป์

ซีเนดีน ซีดานเข้ามารับงานคุมเรอัล มาดริดต่อจากราฟาเอล เบนิเตซ ที่โดนบอรืดของสโมสรปลดไปในช่วงต้นฤดูกาล 2016 หลังจากที่มาดริดในยุคของเบนิเตซตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ ฟร์อมการเล่นเป็นรองคู่แข่งอย่างบาร์เซโลน่าแบบหมดรูป จนแฟนๆ ในซานติอาโก้ เบร์นาเบว ถึงกับโห่ใส่ราฟาอย่างไม่ไว้หน้า จุดแตกหักเกิดขึ้นในเกมที่เรอัล มาดริดแพ้บาร์ซ่า 4-0 ในศึกเอล กลาสิโก้ ทำให้แฟนบอลและบอร์ดบริหารรับไม่ได้อีกต่อไป และท้ายที่สุดเบนิเตซก็โดนปลดออกจากตำแหน่ง

ซึ่งช่วงนั้นมาดริดไม่สามารถหาโค้ชระดับแถวหน้ามารับงานได้เนื่องจากเจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งรับงานคุมทีมลิเวอร์พูล, โยอาคิม เลิฟ ก็ยังคุมทีมชาติเยอรมัน ทำให้ท่านประธานฟลอเรนติโน่ เปเรซตัดสินใจเลือกซีเนดีน ซีดาน มาเป็นโค้ชรักษาการชั่วคราวก่อน เพราะอย่างน้อยซีดานก็เป็นตำนานของสโมสรและเคยทำงานในฐานะสตาฟฟ์ (ผู้ช่วยคาร์โล อันเชล็อตติ) ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่มีดีเอ็นเอของสโมสรและรู้จักทีมดี

การเข้ามาของซีดานถือเป็นการเปลี่ยนแปลงมาดริดครั้งสำคัญ เขาเลือกตัวผู้เล่นจากฟอร์มการเล่นเป็นหัวใจสำคัญ มากกว่าการเลือกใช้แต่นักเตะซุปตาร์เหมือนที่โค้ชมาดริดคนก่อนๆ มักทำกัน อีกทั้งซีดานยังได้ให้โอกาศนักเตะเยาวชนของทีมให้สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นกำลังของทีมได้ ซึ่งเห็นได้จากมาร์โก อเซนซิโอ ที่แจ้งเกิดได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2016-17 หรือลูคัส บาสเกวซ ที่ในซีซั่นนี้พัฒนาตนเองขึ้นมาจนซีดานเชื่อใจและส่งลงสนามอยู่บ่อยครั้ง

และที่สำคัญคือซีดานเป็นคนที่รู้ว่าเขาจะเอาชนะคู่แข่งได้อย่างไร เขามักนำผลลัพธ์ที่ดีมาสู่ทีมเสมอ แม้ว่าฤดูกาลนี้ผลงานในลา ลีกาและโกปา เดล เรย์จะไม่เป็นที่น่าพอใจก็ตาม แต่ถึงตอนนี้มันได้พิสูจณ์แล้วว่าซีดานคือคนสำคัญของเรอัล มาดริด จะหาใครสักกี่คนบนโลกที่จะพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้ 3 ปีติดต่อกันแบบนี้ได้

 

 

 

ที่มา                    Zidane revels in Real Madrid’s ‘unbelievable’ Champions League achievement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง     บทเรียนราคาแพงของ “โลริส คาริอุส”

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...