Advertisement

SHARE

ประเด็นคือ – จากกรณีที่ น.ส.ณิชา ทำบัตรประชาชนหาย และถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำบัตรไปเปิดบัญชีใหม่ ล่าสุด ผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ยอมรับ ยังมีช่องโหว่เรื่องการเปิดบัญชี แม้จะมีการพยายามผลักดันมาตลอด 3 – 5 ปี

จากกรณีตำรวจ สภ.บ้านตาก จ.ตาก นำตัว น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาฉ้อโกง ไปฝากขังศาลจังหวัดตากผัดแรก เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา โดยญาตินำหลักทรัพย์ยื่นประกันตัว ยืนยันถูกคนร้ายขโมยกระเป๋าสตางค์ นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่ง รวมแล้ว 9 บัญชี พบว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทหารไทย สาขาซีคอนสแควร์ ในเขต สภ.บ้านตาก 3.5 แสนบาท และในเขต อ.เมืองตาก อีก 1,065,000 บาท อย่างผิดปกติ

รวมบัญชีที่ถูกสวมรอยทั้งสิ้น 7 ธนาคาร 9 บัญชี ได้แก่

1. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเดอะมอลล์ บางแค แจ้งความที่: สน.หลักสอง

2. ธนาคารกสิกรไทย สาขาเดอะมอลล์ บางแค แจ้งความที่: สน.หลักสอง

3. ธนาคารกรุงไทย สาขาเดอะมอลล์ บางแค แจ้งความที่: สน.หลักสอง

และ ธนาคารกรุงไทย สาขาลาดพร้าว 102 แจ้งความที่: สน.วังทองหลาง

4. ธนาคารทหารไทย สาขาซีคอน บางแค ยังไม่ได้ไปแจ้งความ

5. ธนาคารธนชาต สาขาสีลม คอมเพล็กซ์ 032 ยังไม่ได้ไปแจ้งความ

และ ธนาคารธนชาต สาขาลาดพร้าว 177 แจ้งความที่: สน.วังทองหลาง

6. ธนาคารออมสิน สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน แจ้งความที่: สภ.เมืองนนทบุรี

7. ธนาคารกรุงเทพ สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน นนทบุรี 0088 แจ้งความที่: สภ.เมืองนนทบุรี

ต่อมาธนาคารได้โทรศัพท์มาสอบถามจึงรู้ความจริง รีบแจ้งความและสั่งอายัดบัญชี แต่ไม่ได้รับการประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำจังหวัดตาก

จากนั้น วันที่ 8 ม.ค. 61 นายจิระศักดิ์ สุดสังข์ ทนายความของ น.ส.ณิชา ยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัว น.ส.ณิชา ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 6 โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 8 หมื่นบาท

ส่วนกรณีที่ น.ส.ณิชา อ้างว่าบัตรประชาชนหาย พบว่า ไม่ใช่การสูญหายในพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดตาก แต่เกิดขึ้นในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งเป็นข้อต่อสู้ของทางผู้ต้องหา

ธ.ไทยพาณิชย์ ชี้แจง

ขณะที่ทางด้าน สมาคมธนาคารไทย หนึ่งในธนาคารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ชี้แจงกระบวนการเปิดบัญชีธนาคารแต่ละครั้งว่า พนักงานจะขอบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง เพื่อนำบัตรเสียบเข้ากับเครื่องอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเชื่อมกับระบบทะเบียนราษฎร์ ตรวจสอบข้อมูลที่แสดง รวมทั้งสังเกตภาพบนบัตรกับผู้ถือบัตร ตั้งแต่รูปร่าง หน้าตา ทรงผม ความสูงต่ำ สีผิวตรงกันหรือไม่

ทางด้าน นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ผู้บริหารธนาคารไทยพาณิชย์ ยอมรับว่า การเชื่อมระบบทะเบียนราษฎร์ และประวัติการอายัดบัตรประชาชนของกระทรวงมหาดไทย ยังทำได้เฉพาะธนาคารของรัฐ

ขณะที่ธนาคารพาณิชย์บางส่วนยังทำไม่ได้ ทั้งที่พยายามผลักดันมาตลอด 3 – 5 ปี แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ ทำให้ธนาคารต้องใช้วิธีการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังผู้เคยมาขอเปิดบัญชี เทียบกับลักษณะผู้ถือบัตร รวมทั้งตรวจสอบเบื้องต้นเองว่าเป็นบัตรประชาชนปลอมหรือไม่

ตลอดปี 2560 ที่ผ่านมา ธนาคารระงับการรับจ้างเปิดบัญชีได้หลายร้อยราย ซึ่งมากกว่ากรณีขโมยบัตรประชาชนแล้วมาเปิดบัญชี ไม่ถึงร้อยละ 1 จากทุกคดีที่ตรวจพบ

ขณะที่ สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งทีมงานควบคุมและป้องกันการทุจริต ติดตามพฤติกรรม และหาวิธีป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้บัญชีธนาคารไปกระทำการทุจริต แต่ยอมรับว่า ขบวนการดังกล่าวพยายามเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวง

“ณิชา” มากองปราบ

วันนี้ (9 ม.ค. 61) เมื่อเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ณิชา ระบุว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาพร้อมพี่สาว เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชี และนำบัญชีไปใช้ในการกระทำความผิดหลอกลวงประชาชน

โดยยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เป็นผู้เปิดบัญชีที่ถูกนำไปใช้กระทำผิด ก่อนจะทราบในวันที่ 28 ธันวาคม ว่า ตนเองมีหมายเรียก แต่วันนั้นตนเองไม่อยู่บ้าน ก่อนที่จะมีตำรวจเดินทางมาพร้อมหมายจับ มาติดต่อที่บริษัทที่ทำงานเพื่อตามตัว แต่ตนเองไม่อยู่ จึงตัดสินใจเข้าพบกองปราบปรามในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 6 มกราคม เพื่อจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวและส่งไปยังจังหวัดตาก ก่อนที่ตำรวจจังหวัดตากจะส่งตัวฝากขัง และศาลไม่ให้ประกันตัว

ซึ่งต่อจากนี้จะดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับคนที่นำบัตรของตนเองไปใช้ในการกระทำ และในส่วนของธนาคารก็อยากขอให้ทางธนาคารมีความรัดกุมในการรับเปิดบัญชี หรือมีการตรวจสอบใบหน้าและหลักฐานของผู้เปิดบัญชี เพราะบัตรประชาชนที่คนร้ายนำไปใช้มีการแจ้งยกเลิกและทำบัตรใหม่ไปแล้ว เพื่อป้องกันการถูกสวมบัตรประชาชนแบบตนเอง

ขณะที่ น.ส.ปุญญาดา ก๊กมา พี่สาว ตั้งข้อสังเกตถึงการทำสำนวนของตำรวจจังหวัดตากว่า เหตุใดถึงมีการทำสำนวนว่ามีการจับกุมตัวน้องสาวตนเอง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว น้องสาวตนเองเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบด้วยตนเอง แต่ในใบสำนวนไม่ปรากกฏว่าน้องสาวตนเองเดินทางเข้าพบ รวมถึงสำนวนการสอบสวนยังไม่มีความละเอียดรอบคอบ และไม่มีการสอบปากคำเพิ่มเติม หลังได้รับตัวจากกองปราบปราม แต่ส่งตัวน้องสาวตนเองไปฝากขังต่อศาลทันที

“ทีมข่าวเวิร์คพอยท์” ได้ติดตามกรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ วัย 24 ปี เหยื่อแก๊งคอลเซนเตอร์ นำบัตรประชาชนจากกระเป๋าสตางค์ที่ถูกขโมยไปเปิดบัญชีธนาคาร 9 บัญชี เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับกองปราบปราม หลังได้รับการประกันตัวจากศาลจังหวัดตากเมื่อวานนี้

น.ส.ณิชา อธิบายว่า ตนถูกขโมยกระเป๋าเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ปี 2560 และไปทำบัตรใกม่ 7 ตุลาคม 2560 และรับทราบจากคอลเซนเตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ว่า มีเงินเข้าผิดปกติในวันที่ 8 ธันวาคม หลังจากนั้นได้ติดต่อธนาคารทุกแห่งเพื่อตรวจสอบบัญชีที่แอบอ้าง และได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับสถานีตำรวจในแต่ละพื้นที่

ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม มีหมายเรียก แต่ตนเองไม่อยู่บ้าน ก่อนที่จะมีตำรวจเดินทางมาพร้อมหมายจับ มาติดต่อที่บริษัทในวันที่ 4 มกราคม 2561 เข้าพบกองปราบปรามในวันที่ 6 มกราคม เพื่อจะแสดงเอกสารทั้งหมดเพื่อความบริสุทธิ์ใจ แต่ถูกตำรวจกองปราบปรามจับกุมตัวและส่งตัวไปยังจังหวัดตาก

โดยวันนี้ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ได้ชี้แจงถึงการส่งตัว น.ส ณิชา เพราะเป็นไปตามหมายจับ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้รับแจ้งความ

หลังพนักงาน สภ.บ้านตาก เดินทางมาอายัดตัวที่กองปราบ ทำให้ตนต้องเดินทางไปจังหวัดตากในวันนั้น ถึง สภ.บ้านตาก ประมาณ 23.00 น. โดยตำรวจให้มารดานั่งรถทัวร์ตามมาเอง ถึง สภ.เวลา 02.00 น. ซึ่งในระหว่างสอบปากคำ พนักงานเจ้าของคดีพยายามทำงานรวบรัด ไม่สอบปากคำ ไม่บันทึกสำนวนใหม่ ทั้งที่ตนได้พยายามนำเอกสารมาชี้แจงให้ตำรวจพิจารณา แต่กลับไม่มีท่าทีสนใจ ควบคุมตนไปในห้องขัง และฝากขังที่ศาลในวันถัดไป

ตนจึงตั้งข้อสังเกตถึงการทำสำนวนของตำรวจ สภ.บ้านตาก ว่า เหตุใดไม่ทำใบประกอบสำนวนส่งให้อัยการ เพื่อให้อัยการมีคำสั่งให้สอบข้อเท็จจริงใหม่ และยังคัดค้านการประกันตัว ทั้งที่ตนบริสุทธิ์ เอกสารมีครบ และไม่แจ้งสิทธิว่าตนสามารถเรียกขอทนายฯ ได้

โดยหลังจากตนถูกคุมขังที่เรือนจำในวันที่ 6 – 7 มกราคม 2561 ทางครอบครัวได้พยายามสอบถามไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี แต่พนักงานฯ ให้เหตุผลสั้นๆ ว่าไม่ใช่หน้าที่ตน

“ทีมข่าวเวิร์คพอยท์” ได้ติดต่อสัมภาษณ์ พ.ต.ท.นิมิตร ฮวบน้อย พนักงานเจ้าของสำนวน สภ.บ้านตาก จ.ตาก เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่า ได้ทำใบประกอบสำนวนและแนบเอกสารบัตรประชาชนหายกับภาพถ่ายคนร้ายตัวจริงให้อัยการหรือไม่ และข้อสังเกตในใบส่งฝากขัง ระบุว่า ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.ณิชา แต่ข้อเท็จจริงคือ น.ส.ณิชา ไปแสดงตนที่กองปราบ ซึ่งขัดแย้งกับเหตุการณ์จริง

น.ส.ณิชา เล่าว่า ที่ผ่านมาได้พยายามขอภาพจากกล้องวงจรปิดจากธนาคารทั้ง 7 แห่ง ในสาขาที่คนร้ายแอบอ้างเปิดบัญชี ซึ่งไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร มีเพียง 2 แห่ง ที่ให้ภาพกล้องวงจรปิด

จากในภาพจะเห็นได้ว่า ผู้หญิงที่แอบอ้างอายุประมาณ 30 ปี ร่างใหญ่และอ้วนกว่า และใช้หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า หากพิจารณาจากรูปตนในบัตรประชาชน เกล้าผมสูง และดูสีผิวขาวกว่า ผอมกว่า ซึ่งเห็นความแตกต่างชัดเจน ซึ่งได้ตั้งคำถามว่า เป็นความบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่

โดยที่ผ่านมานับตั้งแต่เกิดเรื่อง ยังไม่มีธนาคารใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งตนได้รับความเสียหายทั้งหน้าที่การงาน การเงิน และครอบครัว ทั้งที่ตนมีเกียรตินิยม กำลังทำงาน มีอนาคต

นอกจากนี้ “ทีมข่าวเวิร์คพอยท์” ยังได้ติดต่อสัมภาษณ์ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับแจ้งให้ทีมข่าวทำหนังสือผ่านสื่อสารองค์กรเสียก่อน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...