Advertisement

SHARE

วันที่ 5 มี.ค. 62 ช่องเวิร์คพอยท์ ได้จัด ดีเบตเลือกตั้ง 62 l ผ่าเเนวคิดพรรคการเมือง “อนาคตปากท้องคนไทย” ณ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) จ.ปทุมธานี โดยมี รินรดา รวีเลิศ รับหน้าที่พิธีกร

มีตัวแทนจาก 5 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย , นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป , นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย , น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

โดยมี ดร.สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จะมาคอมเม้นต์ถึงนโยบายต่างๆ ที่ทั้ง 5 พรรคนำเสนอนั้นว่า มีความน่าสนใจ และมีความเป็นไปได้ในระดับใด

ซึ่งมีคำถามทั้งหมดดังต่อไปนี้

ปากท้องเกษตรกร : พรรคของท่านมีนโยบายยกระดับราคาสินค้าเกษตรกร หรือช่วยเกษตรกรอย่างไร ?

น.ส.พรรณิการ์ วานิช กล่าวว่า การประกันราคาพืชผล เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แนวทางของ พรรคอนาคตใหม่ จึงเสนอให้มีการประกัน (จำนำ) เฉพาะในกรณีที่เกิดภัยพิบัติท่านั้น

แต่ในระยะยาว จะใช้แนวทางการทำเกษตรแบบก้าวหน้า เปลี่ยนเกษตรกร ให้เป็นผู้ประกอบการ ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มแล้วสร้างโรงงานแปรรูปผลผลิต เกษตรกรก็จะมีอำนาจในการต่อรองราคา ตัดพ่อค้ากลางออกไป แล้วให้เกษตรกรขายกับผู้ซื้อโดยตรง ซึ่งนี่คือการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ส่วนแนวทางของ พรรคประชาธิปัตย์ นั้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวว่า มี 3 ระยะ คือ ระยะสั้น จะประกันรายได้ให้เกษตรกร โดยยางพารา กก.ละ 60 บาท , ข้าวหอมมะลิ เกวียนละ 1.5 หมื่นบาท , ข้าวเจ้า เกวียนละ 1 หมื่นบาท , ปาล์ม กก.ละ 4 บาท , มัน กก.ละ 2 บาท และข้าวโพด กก.ละ 7 บาท หากราคาต่ำกว่าท้องตลาด รัฐจะชดเชยส่วนต่างให้

ระยะกลาง จะทำให้เกษตรเข้าถึงปัจจัยการผลิตอย่างทั่วถึง โดยการยกระดับเอกสารสิทธิ์ สปก.ให้สามารถนำไปใช้กู้เงินได้ และมีการออกโฉนดชุมชน ให้ชุมชนนั้นๆ มีกรรมสิทธิ์เต็มที่ในการบริหารจัดการชุมชนของตนเอง

ระยะยาว จะมีการพัฒนาภาคเกษตรยุคใหม่ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงแหล่งข้อมูล เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทั้งเรื่องของราคา และสภาพภูมิอากาศ เพิ่มความแข็งแกร่งของสหกรณ์ โดยการตัดพ่อค้าคนกลางออกไป

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย จะนำ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล ที่ประสบสำเร็จ โดยใช้การแบ่งกำไรกันระหว่างเกษตรกร กับผู้แปรรูปและผู้ขาย ซึ่งเกษตรกรจะได้ 70 % ผู้แปรรูปกับผู้ขายได้ 30 % มาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ยางพารา และปาล์ม

ส่วน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กล่าวว่า แนวทางของ พรรคเพื่อไทย ก็คือปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่” ด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตรทั้งระบบ ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกข้าว พ่อค้า โรงสี โดยในระยะสั้น รัฐจะสนับสนุนด้วยการเติมเงินเข้าในภาคการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวว่า นโยบายของ พรรคประชาชนปฏิรูป ก็คือการสนับสนุนให้เกษตกรปลูกต้นไม้โตเร็ว โดยมีการจัดตั้งเป็นกองทุนขึ้นมา มี พรบ.กองทุนปลูกต้นไม้โตเร็วเพื่อเกษตรกรรายย่อย โดยจะให้มีการซื้อขายล่วงหน้า มีการประกันความเสี่ยงจากภัยต่างๆ เกษตกรที่เข้าร่วมโครงการ ก็จะมีรายได้ (6 พันบาท / เดือน / 20 ไร่) แม้จะไม่มาก แต่ก็สม่ำเสมอ

ปากท้องคนจน : พรรคของท่านมีนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างไร ?

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวว่า โครการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรัฐบาลปัจจุบัน ช่วยผู้มีรายได้น้อยได้ส่วนหนึ่ง แต่ พรรคประชาธิปปัตย์ เชื่อว่าเราทำได้ดีกว่านั้น เพราะจะโอนเงิน 800 บาทตรงเข้าบัญชีเลย ใช้จ่ายได้ทุกที่ ขจัดเงื่อนไขผูกมัดที่ว่าต้องซื้อเฉพาะร้านค้าที่กำหนด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทั่วไปได้รับประโยชน์ด้วย เศรษฐกิจในภาพรวมก็จะถูกกระตุ้นจากฐานรากอย่างแท้จริง

ส่วน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า ถ้า พรรคภูมิใจไทย ได้เป็นรัฐบาล จะมีการออกกฎหมายให้รถยนต์ รถ จยย.ส่วนบุคคล สามารถนำไปให้บริการ Grab ได้ รวมถึงบ้านพัก ห้องพัก ก็สามารถทำโฮมสเตย์ หรือทำเป็น airbnb ซึ่งปัจจุบันติด พรบ.โรงแรม เราก็จะไปแก้กฎหมาย รวมถึงส่งเสริมการปลูกกัญญชาในครัวเรือน และวิสาหกิจชุมชน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กล่าวว่า ถ้า พรรคเพื่อไทย ได้เป็นรัฐบาล ก็ยังคงนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไว้ แต่เชื่อว่าเราจะทำได้ดีกว่า ด้วยการใช้หลักคิดเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส เพื่อให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจนได้ในที่สุด

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กว่าวว่า นโยบายปลูกต้นไม้โตเร็ว ของ พรรคประชาชนปฏิรูป จะทำให้วิถีชีวิตมีแต่ความสุข เพราะค่าใช้จ่ายลดลง แต่รายได้มากขึ้น ทุกคนจะมีความสุขแบบพอเพียง ความทุกข์น้อยลง นั่นคือเป้าหมายเรา และการปลูกต้นไม้โตเร็ว จะสร้างงานต่างๆ ในชุมชน ในอำเภอ สร้างรายได้ให้สังคมโดยรวมเพิ่มขึ้น

ส่วน น.ส.พรรณิการ์ วานิช ยืนยันว่าจะยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะไม่เห็นด้วยกับการสำแดงความจน เพื่อรับเงินสงเคราะห์จากรัฐ แต่นโยบายรัฐสวัสดิการของ พรรคอนาคตใหม่ จะเป็นการคืนสิทธิ์ของประชาชน ให้กับประชาชน เพราะหน้าที่ของรัฐ ต้องดูแลประชาชนในฐานะพลเมืองผู้เสียภาษี ฉะนั้นทุกคนก็ควรได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน

โดยเด็กแรกเกิด – 6 ขวบ พ่อแม่รับเงินอุดหนุนเลี้ยงดูบุตร 1.2 พันบาท ต่อเดือน , อายุ 6 – 18 ปี เรียนฟรี , อายุ 18 – 22 ปี ได้เงินอุดหนุนเยาวชน 2 พันบาท ต่อเดือน , อายุ 60 ปี ขึ้นไป ได้รับเงิน 1.8 พันบาท ต่อเดือน ฯลฯ

ส่วนเงินที่นำมาสนับสนุนนโยบาย ก็อาทิเช่น การลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม หวยบนดิน และการเก็บภาษีที่ดิน เป็นต้น

ปากท้องแรงงาน : พรรคของท่านจะช่วยเหลือแรงงานนอกระบบอย่างไร ?

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย จะมีการออกกฎหมายเพื่อช่วยแรงงานในส่วนนี้ อาทิ ทำให้ผู้มีรถยนต์ รถ จยย. สามารถให้บริการ Grab ได้อย่างถูกต้อง

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กล่าวว่า ปัญหาของผู้ประกอบอาชีพอิสระ ก็คือบุคคลกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม ไม่มีกองทุนเลี้ยงชีพ รัฐบาลในอดีต พรรคเพื่อไทย ได้สนับสนุนการออมให้แรงงานในกลุ่มนี้ผ่านสำนักงานประกันสังคม แล้วรัฐก็เข้าไปเติมเงินให้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อไป

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวว่า พรรคประชาชนปฏิรูป จะมีการตั้งสภาประชาชนปฏิรูป ถ้าเกิดมีปัญหาที่แรงงานกลุ่มนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกเจ้าหน้าที่รัฐกลั่นแกล้ง มีตำรวจมารีดไปไถ ก็สามารถร้องเรียนได้ แต่ปัญหาทั้งหมดตนเห็นว่ามีที่มาจากรายได้ไม่พอกับรายจ่าย การแก้ปัญหาก็คือทำให้มีรายได้เพิ่ม หรือทำให้รายจ่ายลดลง

ซึ่งถ้าจะให้มีรายจ่ายลดลง ก็ต้องไปอยู่ในพื้นที่ที่มีเกตรกรรมอย่างยั่งยืน มีวิถีชีวิตที่สงบ ค่าจะใช้จ่ายก็จะต่ำ รายได้น้อยก็สามารถอยู่ได้

ส่วน น.ส.พรรณิการ์ วานิช กล่าวว่า วิธีแก้ปัญหาของ พรรคอนาคตใหม่ ก็คือ ต้องให้แรงงานเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคม เพราะถ้าแรงงานอยู่นอกระบบ ก็เป็นเรื่องยากมาก ที่รัฐจะดูแลพวกเขาได้

แต่ที่แรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่เข้าสู่ระบบประกันสังคม ก็เพราะไม่มีแรงจูงใจที่มากพอ เนื่องจากผลตอบแทนที่น้อยเกินไป เราจึงต้องเพิ่มแรงจูงใจ เช่น เมื่อเกษียณอายุ จะได้เงินบำนาญ 3 พันบาทต่อเดือน เป็นต้น และต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้รู้ว่า แรงงานนอกระบบ สามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมได้

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวว่า ถ้าพูดถึงแรงงานนอกระบบ ปัญหาใหญ่สุดคือหนี้สิน โดยหนี้ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุดคือ หนี้นอกระบบ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง ตอนที่ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล เราได้ทำโครงการนำหนี้นอกระบบมาอยู่ในระบบกว่า 6 แสนราย แต่ถ้าจะแก้ที่ต้นเหตุ ต้องรณรงค์ให้มีการออม โดยพรรคเคยก่อตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้เกิดการออมขึ้น เมื่อครั้งเป็นรัฐบาล

ซึ่งกลุ่มแรงงานนอกนอกระบบที่มีจำนวนมากใน กทม.ก็คือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งการจัดระเบียบทางเท้า 4 -5 ปี ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาขาดรายได้ไปเยอะมาก พรรคจึงมีนโยบาย “แผงลอยสีฟ้า” เพื่อนำที่ดินราชการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือที่ดินของเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ มาสร้างเป็นศูนย์อาหารราคาถูกให้กับพ่อค้าแม่ค้ากลุ่มนี้

ปากท้องแรงงาน : พรรคของท่านมีนโยบายเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำอย่างไร ?

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กล่าวว่า ในปี 54 – 57 ที่ พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำรัฐบาล ได้ปรับค่าแรงขั้นต่ำจาก 212 บาท เป็น 300 บาท แต่ก็มีการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ด้วยมาตรการต่างๆ ควบคู่ไปด้วย การปรับค่าแรงครั้งนั้นทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพแรงงาน แต่รอบนี้การปรับค่าแรงขั้นต่ำ มีแน่นอน แต่ต้องควบคู่ไปกับการผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวด้วย

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวว่า การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ อยู่ที่การพิจารณาปัจจัยหลายส่วน ซึ่ง พรรคประชาชนปฏิรูป เห็นว่า การเพิ่มค่าแรงให้เกิดความสมดุล และเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดผลกระทบในด้านอื่นๆ และขอโยงไปยังเรื่องการปลูกต้นไม้โตเร็ว แม้รายได้จะไม่เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ แต่เกษตรกรก็จะอยู่ได้อย่างสบาย เพราะค่าใช้จ่ายต่ำ

น.ส.พรรณิการ์ วานิช กล่าวว่า ค่าแรงขั้นต่ำควรขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ และอยู่ในสัดส่วนที่เป็น “ค่าจ้างเพื่อชีวิต” (1 คน เลี้ยง 3 คน ลูกและภรรยา) ซึ่งคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เคยเรียกร้องไว้ที่ 700 บาท แน่นอนว่ามันเป็นไปได้ยาก แต่สำหรับ พรรคอนาคตใหม่ คิดว่า ค่าจ้างขั้นต่ำควรขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ และอยู่ในสัดส่วนค่าจ้างเพื่อชีวิต และมีสวัดิการรองรับ

ซึ่งเมื่อมีสัวัสดิการรอรับ ก็ไม่จำเป็นต้องถึง 700 บาท เพราะมีรัฐช่วยซัพพอร์ตส่วนหนึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นไปได้ และเป็นการดูแลแรงงานอย่างยั่งยืน

ส่วนตัวเลขที่ทางพรรคเคยคุยกันก็คือ แรงงานไม่ควรได้ต่ำกว่า 450 บาท ต่อวัน แต่ที่ไม่เคยพูดออกมา เพราะเราไม่เชื่อในเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ แต่เราเชื่อในเรื่อง “ค่าจ้างเพื่อชีวิต”

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวว่า นโยบายประกันค่าแรง 1.2 แสนบาทต่อปี (400 บาทต่อวัน) ของ พรรคประชาธิปัตย์ มาจากความคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้ค่าแรงตอบโจทย์ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และไม่เพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการ และไม่ให้แรงงานตกอยู่ในความเสี่ยงถูกปลดออกจากงาน ซึ่งส่วนต่างจะถูกสมทบโดยรัฐบาล จึงไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการแต่อย่างใด

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า เรื่องค่าแรงต้องพิจารณาให้มีเหตุมีผล เพราะมันคือต้นทุนเหมือนกัน สิ่งสำคัญก็คือต้องเพิ่มความรู้ความสามารถให้แรงงาน โดย พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายให้ทุกคนสามารถเรียนผ่านระบบออนไลน์ได้ฟรี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องเพิ่มรายได้ โดยเราจะสนับสนุนให้ปลูกกัญชา ซึ่งธุรกิจตรงนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้เป็นจำนวนมาก

ปากท้องคนเป็นหนี้ : จะแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างไร ?

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวว่า หนี้นอกระบบมันเป็นปลายเหตุ ที่มาของปัญหาก็คือ การไม่มีรายได้ที่สม่ำเสมอ และจำนวนเพียงพอที่จะยังชีพได้ ทำให้ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ฉะนั้นต้องแก้ที่ต้นเหตุ พรรคประชาชนปฏิรูป ประกาศเสมอว่า จะสร้างรายได้ให้ประชาชนเป็นรายเดือน จึงเป็นที่มาของโครงการให้เกษตรกรมีรายได้ด้วยการปลูกต้นไม้โตเร็ว

น.ส.พรรณิการ์ วานิช กล่าวถึงการแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการทลายทุนผูกขาด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือธนาคาร โดยแนวทางของ พรรคอนาคตใหม่ ก็คือ การสร้างธนาคารท้องถิ่น ที่ปล่อยเงินกู้ให้กับพ่อค้าแม่ค้ารายเล็กรายน้อย และแรงงานนอกระบบ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวว่า การนำหนี้นอกระบบเข้ามาในระบบ ก็ต้องเพิ่มการแข่งขันกันระหว่างธนาคาร ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อย หรือแรงงานนอกระบบ แต่การแก้ปัญหาหนี้สินที่ยั่งยืนที่สุด ก็คือการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย

การเพิ่มรายได้ ตนได้กล่าวไปก่อนหน้านั้นแล้ว ส่วนการลดรายจ่ายคือนโยบายของพรรคที่จะช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ อาทิ การให้เงินสนับสนุนเลี้ยงดูบุตร การเรียนฟรีถึงระดับ ปวส. การรักษาพยาบาล เป็นต้น

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า นอกจากหนี้นอกระบบ สิ่งที่พรรคภูมิใจไทย เห็นว่า จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนก็คือ หนี้ กยศ. ทางพรรคจึงมีนโยบายแก้ปัญหาในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ส่วนการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ สิ่งที่สำคัญที่สุด ต้องสร้างรายได้ ด้วยการปลูกกัญชา เป็นต้น

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กล่าวว่า แก้หนี้ด้วยการสร้างรายได้เป็นหลักคิดของเรา หากว่าคิดเป็น คิดถึง โอกาสในการสร้างงาน สร้างรายได้ ก็จะเกิดขึ้นได้มากมาย ไม่ว่าเป็นการส่งออก การท่องเที่ยว หรือการเกษตร   

 วันใหม่ ในนิยามของแต่ละพรรค คืออะไร ?

น.ส.พรรณิการ์ วานิช กล่าวว่า สีของพรรคอนาคตคือ สีส้ม สีของวันใหม่ สีของรุ่งอรุณ เพราะฉะนั้นมันคือสัญลักษณ์ของอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สีของวันใหม่ที่เป็นไปได้ ซึ่งวันใหม่ อนาคตใหม่ของประเทศไทย ที่พรรคต้องการนำเสนอต่อประชาชน ก็คือสัญลักษณ์สามเหลี่ยมกลับหัวของพรรค ที่ประชาชนคนส่วนใหญ่อยู่ข้างบน อำนาจสูงสุด เป็นของประชาชนอย่างเเท้จริง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวว่า วันใหม่ของตนก็คือ การได้เห็นความปรองดอง ขั้นแรกก็คือเราอย่าสร้างความขัดแย้งใหม่ ตนก็หวัง ส.ว. 250 คน จะไม่ขัดเจตนารมณ์ของประชาชน

ลำดับต่อมา ตนต้องการเห็นประชาธิปไตยที่สร้างสรรค์ นั่นก็คือ ถ้าเราเห็นต่าง ก็แข่งขันกันในเชิงนโยบาย ในเชิงความคิด ไม่ใช่การสาดโคลนใส่กัน และที่สำคัญในการพูดคุยในวันนี้ตนก็เห็นหลายพรรค มีความเห็นสอดคล้องกันในหลายๆ นโยบาย วันใหม่ของการเมืองไทย ไม่ว่าจะอยู่พรรคใดจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ต้องจำไว้เสมอ คุณเป็นตัวแทนของประชาชน ถ้านโยบายใดเป็นประโยชน์ ควรจะทำงานร่วมกันได้ เพื่ออนาคตของประเทศไทย

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ตนฟังแต่เพลงทลาย ต้องทลายทุกข้อจำกัด ลดอำนาจรัฐเพื่อปากท้องประชาชน สิ่งสำคัญที่สุด ต้องทลายข้อจำกัดในเรื่องกัญชา ดังที่ในวันนี้ พรรคภูมใจไทย ได้รณรงค์เรื่องคัดค้านการผูกขาดสัปทานกัญชา  

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กล่าวว่า เพลงวันใหม่ ที่แต่งใหม่ล่าสุด ทำให้ตนนึกถึงวันแรก ที่มีถ้อยคำว่า เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ตนก็ไม่เห็นท่านทำตามสัญญาอะไร แล้วก็ใช้เวลานานด้วย

ดังนั้นในความเห็นของตน ถ้าจะเอาวันใหม่หลังเลือกตั้ง เลือก พรรคเพื่อไทย เถอะครับ เพราะเป็นอีกพรรคหนึ่งที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ส่วน นายไพบูลย์ นิติตะวัน กล่าวว่า อยากให้อยู่กับปัจจุบันมากกว่า เรื่องที่คิดย้อนไปในอดีต พระพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นทุกข์ แล้วการห่วงไปข้างหน้า ก็เป็นทุกข์ แต่ถ้าอยู่กับปัจจุบันแก้ปัญหาได้เยอะ

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...