Advertisement

SHARE

ประเด็น – แจ้งข้อหาเพิ่ม ไอ้เก่ง – นฤมล ลักทรัพย์ รับของโจร โทษหนักถึงประหาร ส่วนเรื่องโอนเงินจากบัญชีหมอปอ ตำรวจชี้ เป็นไปไม่ได้

จากกรณีนายรณชัย ปานชาติ หรือเก่ง อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอำเภอหลังสวน จ.ชุมพร ซึ่งเป็นว่าที่เจ้าบ่าว ผู้ต้องหาฆ่า ว่าที่เจ้าสาว น.ส.นนทิญา ครัวจตุรัส หรือหมอปอ อายุ 25 ปี เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสลุย จ.ชุมพร ซึ่งทั้งสองกำลังจะแต่งงานกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม น.ส.นฤมล ช่วยสมบัติ หรือสาว อายุ 23 ปี เพื่อนสาวคนสนิทนายรณชัย ตามหมายจับในฐานความผิดร่วมกันฆ่า น.ส.นนทิญา

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น.  (25 ธ.ค.60) ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัด (ศปก.ภ.จว.) ชุมพร พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวว่า ณ ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสองคนคือ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่เหตุอันควร

นอกจากนั้น ยังแจ้งข้อหาลักทรัพย์คือโทรศัพท์มือถือของผู้ตายไปหลังเกิดเหตุแก่นายรณชัย และแจ้งข้อหารับของโจรแก่ น.ส.นฤมลที่นำโทรศัพท์ของผู้ตายไปเก็บรักษาไว้ ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นคัดค้านการประกันตัวของทั้งสองคน เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ที่กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชน และพนักงานสอบสวนได้ขออำนาจศาลจังหวัดชุมพรฝากขังทั้งสองคน ซึ่งถือว่าพ้นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนไปแล้ว เจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐานทั้งหมดว่าจะสามารถนำผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งฟ้องต่อศาลได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามสำหรับโทษที่ผู้ต้องหาทั้งสองจะได้รับสูงสุดตามกฎหมายก็คือ การประหารชีวิตเพราะเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ก็มีเนื้อในของกฎหมายเกี่ยวกับการรับสารภาพของผู้ต้องหา ที่อยู่ในดุลยพินิจของศาลซึ่งตำรวจคงไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงหรือละเมิดได้

ต่อมาผู้สื่อข่าวประจำจ.บุรีรัมย์ ได้เดินทางเลขที่ 53 หมู่ 1 ตำบลโคกม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายรณชัย หรือเก่ง  ก็ได้พบกับนายวินัย ปานชาติ  อายุ 58 ปี บิดาของนายเก่ง ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากไปเยี่ยมลูกชายที่ จ.ชุมพร กล่าวว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะลูกชายตัวเองต้องถูกจับติดคุก ทั้งยังต้องสูญเสียว่าที่ลูกสะใภ้ไปพร้อมกัน ซึ่งน้องปอ เองตนก็รักเหมือนลูก เพราะปอก็เป็นคนนิสัยดี ทั้งตนเองและครอบครัวก็ดีใจที่ทั้งสองจะแต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

หลังจากสื่อต่างๆ มีการนำเสนอข่าว ทั้งโลกโซเชียลวิพากวิจารต่อว่าทั้งลูกชาย และครอบครัวตัวเองอย่างรุนแรงก็รู้สึกเครียดมากจนไม่อยากดูข่าว จึงอยากจะวิงวอนขอความเห็นใจกับสื่อและสังคม  ได้หยุดโจมตีซ้ำเติมครอบครัวของตนเอง เพราะไม่มีใครอยากให้เกิด ทุกวันนี้ครอบครัวก็เสียใจและเครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากอยู่แล้ว

ส่วนตัวยืนยันว่าอยากจะไปเคารพศพของน้องปอ ไปแสดงความเสียใจและขอโทษครอบครัวน้องปอ ด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย แต่ก็จะหาโอกาสไปขอโทษครอบครัวน้องปอแน่นอน ส่วนเรื่องเงินสินสอดตนไม่ขอพูดถึง เพราะไม่อยากให้มีปัญหาโต้กันไปมา

ด้าน นายเชาว์ และ นางสมศรี ครัวจัตุรัส พ่อแม่ของ น.ส.นนทิญา หรือหมอปอ เดินทางมาขอพบ พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร เพื่อซักถามกรณีทรัพย์สินของลูกสาว ที่ยังคาใจอยู่ว่าหายไปอยู่ที่ไหน โดยเฉพาะทองรูปพรรณ น้ำหนัก 10 บาท ซึ่งเป็นของหมั้นที่นายรณชัย หรือ เก่ง นำมาหมั้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเงินในบัญชีของลูกสาว และบัญชีที่ทั้งสองฝากร่วมกันคาดว่ามีการถอนออกไป อีกทั้งก่อนตายหมอปอ บอกข้อมูลสำคัญได้บันทึกอยู่ในโทรศัพท์มือถือไอโฟน ของหมอปอ

อย่างไรก็ตาม นายบำรุง ครัวจัตุรัส พี่ชายของ “หมอปอ” เผยว่า วันที่ 24 ธ.ค. เงินจากบัญชีนี้ถูกโอนออกไป ทำให้บัญชีคงเหลือแค่พันกว่าบาท จากนั้นพอตั้งสติได้ก็รีบโทรฯไปสอบถามจากเจ้าหน้าที่แบงก์ได้รับคำตอบว่า เป็นการโอนเงินผ่านมือถือ นึกได้ว่าตนยังไม่เห็นโทรศัพท์ของน้องเลย ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ใคร ถูกขโมยไป อยู่กับคนรู้จักไอ้เก่ง หรืออยู่ที่ตำรวจ แต่ที่แน่ๆ เงินถูกโอนจากบัญชีด้วยมือถือเครื่องนั้น แบงก์แจ้งว่าระบุบัญชีปลายทางไม่ได้ เพราะเป็นข้อมูลส่วนตัว ต้องให้พ่อแม่มายืนยันเท่านั้น ตนจึงรีบพาพ่อแม่ไปแจ้งความและเอาไปให้ทางแบงก์เช็กบัญชีปลายทางว่าโอนไปที่ใคร

ด้าน พล.ต.ต.สนธิชัย ได้กล่าวว่า วันเกิดเหตุ ทั้งในที่เกิดเหตุและบ้านผู้ต้องหาที่เดินทางไปตรวจค้น ไม่พบทรัพย์สินทั้งเงินที่สูญหายไปนับแสนและทองรูปพรรณ น้ำหนัก 10 บาท มีแต่สมุดบัญชีแต่ละธนาคาร จำนวนหลายเล่มหลายธนาคาร พร้อมบัตรเอทีเอ็มซึ่งได้มอบให้นายบำรุง ครัวจัตุรัส พี่ชายหมอปอ ไปเก็บไว้ตามที่นายบำรุงร้องขอเก็บไว้เอง

สำหรับโทรศัพท์มือถือที่หายไปนั้น พล.ต.ต.สนธิชัย ได้กล่าวว่า โทรศัพท์ไอโฟน ไม่ได้หายไปไหน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีได้เก็บรักษาไว้ทั้งของหมอปอ ของนายรณชัย และของ น.ส.นฤมล เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนที่พ่อแม่คาใจว่าเอกสารและข้อมูลสำคัญอยู่ในมือถือนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็จะตรวจสอบว่ามีอะไรบ้าง ที่เป็นประโยชน์ในการแกะรอยหาทรัพย์สินหรือเงินทอง ว่าทั้งสองคนได้เก็บหรือนำไปไว้ที่ไหน

ทางครอบครัวหมอปอได้ให้ข่าวว่ามีการถอนเงินออกไปหลังจากที่หมอปอเสียชีวิตแล้วนั้น มันไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็ม ก็อยู่ที่นายบำรุง พี่ชาย ส่วนที่จะมีการโอนผ่านโทรศัพท์มือถือ ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะโทรศัพท์มือถือทั้งสามเครื่องของหมอปอ นายเก่งและนฤมล อยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงขอให้ทางพ่อแม่และครอบครัวของหมอปอ ได้นำหลักฐานเอกสารหรืออะไรก็ได้ที่คิดว่าเป็นประโยชน์มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการตรวจสอบหารายละเอียดเส้นทางทรัพย์สินเงินทองทุกอย่างเพื่อสร้างความกระจ่างให้ทุกฝ่าย

อย่าคิดเองแล้วไปให้ข่าวกับสื่อ จนเป็นกระแสสร้างความสับสนให้กับประชาชน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำให้ทุกอย่างชัดเจนให้ความเป็นธรรมกับทุกคนไม่ว่าทางครอบครัวผู้สูญเสียเอง หรือทางครอบครัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ทั้งนี้ พล.ต.ต.สนธิชัย ได้ชี้แจงกับพ่อแม่และญาติของหมอปอ จนเป็นที่พอใจ ก่อนจะเดินทางกลับบ้านเพื่อจัดการเรื่องงานศพต่อไป

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...