Advertisement

SHARE

ตัวนิ่มในศูนย์อนุรักษ์ที่ประเทศซิมบับเว

ประเด็นคือ – ตัวนิ่มคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากที่สุดในโลก ซึ่งประเทศในแถบเอเชียมีความเชื่อว่าเกล็ดของตัวนิ่มมีสรรพคุณทางยา

ตัวนิ่มซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขี้อายที่มีเกล็ดแข็งหุ้มรอบตัว นับว่าเป็นสัตว์ที่ถูกล่าหรือลักลอบจับมาขายกันมากที่สุดในโลกมาเป็นเวลานานชนิดหนึ่ง โดยเกล็ดของมันเป็นที่ต้องการสูงในตลาดจีนและเวียดนาม เพราะเชื่อว่ามีสรรพคุณเป็นยา นาย Daniel Ingram จากมหาวิทยาลัย Sussex ได้ทำงานวิจัยร่วมกับนักวิจัยในแอฟริกาในการศึกษาครั้งแรกเพื่อประเมินระดับการล่าสัตว์ของตัวนิ่มในป่าแอฟริกากลาง โดยกล่าวว่า

“ตัวนิ่มได้มีการถูกล่ามากว่าหลายร้อยปีแล้ว โดยทางนักวิจัยไม่เคยได้ประเมินถึงการมีอยู่ของตัวนิ่ม จึงไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเหลือตัวนิ่มอยู่เท่าไร เพราะต้องอาศัยข้อมูลในจุดนี้เพื่อยืนยันและประมาณถึงการมีอยู่ของจำนวนตัวนิ่มในปัจจุบัน”

ตัวนิ่มแช่แข็งที่ทางการอินโดนีเซียยึดจากการลักลอบค้า

ทีมงานได้เลือกหาข้อมูลจากตลาดค้าสัตว์กว่าร้อยแห่ง รวมถึงเขตล่าสัตว์ใน 14 ประเทศแถบแอฟริกาเพื่อประเมิน ถึงสายพันธุ์และการมีอยู่ของตัวนิ่ม โดยได้มีการคาดการณ์ว่ามีการล่าตัวนิ่มจำนวน 0.4 – 2.7 ล้านตัว ต่อปีในป่าแอฟริกากลาง

ศาสตราจารย์ Jörn Scharlemann จากมหาวิทยาลัย Sussex กล่าวว่า “การใช้ประโยชน์จากส่วนต่างๆ ของตัวนิ่มมากเกินไปถือเป็นแรงผลักอย่างหนึ่งที่จะทำให้ตัวนิ่มสูญพันธ์  และการนำผลการศึกษาแต่ละชิ้นมาประกอบกันจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถช่วยให้ทางทีมเห็นภาพและแก้ปัญหาได้ตรงกัน พร้อมทั้งสามารถที่จะร่างนโยบายในการอนุรักษณ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น”

โดยตั้งแต่ปี 2014 ตัวนิ่มทั้ง 8 สายพันธุ์ได้ถูกจัดเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยถูกระบุอยู่ในรายชื่อของ สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ICUN)  โดยได้ระบุว่าสายพันธุ์จีนและสายพันธุ์ซุนดาเป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์มากที่สุด และได้มีการคาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี ค.ศ 2000 ได้มีการลักลอบนำเข้าตัวนิ่มอย่างผิดกฏหมายในประเทศมากกว่าหนึ่งล้านตัว จึงทำให้ตัวนิ่มเป็นสัตว์ที่ถูกล่าเพื่อค้าขายมากที่สุดในโลก  โดยงานวิจัยนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Conservation Letters

 

 

ที่มา BBC

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...