Advertisement

SHARE

ประเด็นคือ – จนท.นำตัวผู้ต้องหา อดีตรองเจ้าอาวาสก่อคดีโหด ทำเเผนประกอบคำรับสารภาพ ใช้ขวานฟันคอ หน้า ศีรษะหนุ่มใหญ่ ดับคากุฏิ ชาวบ้านกว่า 400 คน ตะโกนสาปเเช่ง

กรณีพระสงกรานต์ ปริสุทโธ หรือ นายสงกรานต์ สินไชย อายุ 41 ปี รองเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง บ้านหนองแคน ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ก่อเหตุสะเทือนขวัญ ใช้ขวานสับคอฆ่านายวิชาญ พรหมมินทร์ อายุ 44 ปี หนุ่มเลี้ยงวัว บ้านหนองโศกดาว ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี เสียชีวิตคากุฏิ ก่อนใช้ให้สามเณรเอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี และนายบี (นามสมมติ) และนายซี (นามสมมติ) เด็กวัด อายุ 15 ปี ช่วยขุดหลุมฝังบริเวณที่ว่างหลังวัด ถมด้วยหินลูกรัง โปกปูนทับ ปิดบังซ่อนเร้นศพ แต่ญาติผู้ตายได้ไปตามหา และแจ้งคนหาย ตำรวจออกสืบสวนติดตาม ทำให้สามเณรเอ และนายบี เปิดปากบอกจุดฝังศพ แต่รองเจ้าอาวาสวัดมือฆ่าไหวตัวทัน ถอดผ้าเหลืองเผ่นหนีไปกับนายซี นั่งรถโดยสารไปที่พัทยาเพื่อไปหาญาติ แต่ถูกตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เข้าทำการจับกุมที่สถานีขนส่ง และส่งตัวให้ทาง ตร.ชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 24 ต.ค. 60 ที่วัดศรีบุญเรือง พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ , พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 , พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เเละ พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี ควบคุมตัว นายสงกรานต์เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ มีญาติผู้ตาย ชาวบ้านที่ทราบข่าวจำนวนกว่า 400 คน เดินทางมารอดูหน้าฆาตกร โดยมีตำรวจชุดคอมมานโดชุดควบคุมฝูงชน ตำรวจในและนอกเครื่องแบบกว่า 200 คน ดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งทางตำรวจได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับญาติและชาวบ้าน ไม่ให้ใช้ความรุนแรง รับปากจะดำเนินคดีส่งฟ้องให้เร็วที่สุด

เมื่อตำรวจควบคุมตัวนายสงกรานต์ออกจากรถ ชาวบ้านได้กรูเข้ามาด่าและสาปแช่ง ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ส่วนมากจะบอกว่า เสียดายที่นำอาหารดีๆ มาให้ฉัน นึกว่าจะเป็นพระดี โดยนายสงกรานต์มีท่าทีเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน และนำตัวทำแผนที่จุดแรก บนกุฎิไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ซึ่งเป็นจุดที่นายสงกรานต์นั่งดื่มเหล้ากับลูกศิษย์วัด นายบี และนายซี ซึ่งตอนนั้น นายวิชาญ ผู้ตายขึ้นไปทวงเงินค่าไก่ชน จำนวน 500 บาท กับนายสงกรานต์ แต่นายสงกรานต์ไม่จ่ายให้ และได้ชกผู้ตายล้มลง ก่อนสั่งให้นายบีและนายซี ลูกศิษย์รุมกระทืบจนสลบ จากนั้นนายสงกรานต์ได้นำขวานมาฟันนายวิชาญที่คอ ใบหน้า และศีรษะ จนเสียชีวิต ที่บริเวณหน้าบันไดข้างบนกุฎิ

จุดที่ 2 เป็นบ่อเกรอะบริเวณส้วมหลังกุฎิที่ติดกับศาลาใหญ่ในวัด ซึ่งนายสงกรานต์ได้นำขวานที่ใช้ก่อเหตุมาทิ้งไว้ โดยทางตำรวจได้นำรถสูบส้วมมาสูบสิ่งปฏิกูลออกจนหมด พบขวานอยู่ใต้บ่อเกรอะ

และ จุดที่ 3 นำตัวไปชี้บริเวณฝังศพที่ที่ดินว่างหลังวัด ซึ่งนายสงกรานต์ให้การรับสารภาพกับ พล.ต.ท.สุรชัย ผบช.ภ.4 ว่า สาเหตุที่ต้องลงมือฆ่านายวิชาญ เพราะโมโหที่มาทวงเงินค่าไก่ชน 500 บาท ซึ่งเป็นไก่ของผู้ตาย แต่มีคนนำมาขายให้ แต่ตนได้นำไปต้มกินแล้ว คนที่นำมาขายได้มาทวงเงินและทะเลาะกันไปหลายรอบแล้ว แต่พอผู้ตายที่เป็นเจ้าของไก่ชนมาทวงซ้ำอีก ตนจึงโมโห และลงมือทำร้ายร่างกาย และใช้ขวานฟันจนนายวิชาญตาย

โดยนายบีและนายซี และสามเณรเอ ไม่ได้ร่วมฆ่า ตนเป็นคนลงมือเพียงคนเดียว ทั้งนี้ตลอดเวลาที่ทำแผน นายสงกรานต์มีสีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน ซึ่งชาวบ้านได้เดินติดตามไปดูการทำแผนในทุกจุด และร้องด่าทอให้ประหารชีวิตตลอดเวลา การทำแผนใช้เวลาประมาณ 30 นาที ตำรวจรีบนำตัวนายสงกรานต์ขึ้นรถขับออกไป โดยไม่มีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้น

นางเพ็ญศรี ไชยศรี อายุ 54 ปี ญาติของนายวิชาญ ผู้ตายเผยว่า รับไม่ได้ที่พระสงฆ์ที่ตนกราบไหว้ทุกวันเป็นฆาตกร เพราะขณะที่ญาติได้ติดตามหาผู้ตาย และเข้ามาตามหาภายในวัด ก็ได้พบกับพระสงกรานต์กำลังยืนกวาดลานวัดอยู่หน้าเมรุ ยังมีหน้ามาสอบถามตนอีกว่า พบผู้ตายหรือยัง แต่ตนและญาติไม่ได้เดินไปบริเวณหลังวัด หลังจากก่อเหตุแล้วยังสั่งหินลูกรังมาถมทับหลุมศพ และโปกปูนทับอีก และยังปฎิบัติกิจของสงฆ์รับนิมนต์ไปตามที่ต่างๆ แบบไม่สะทกสะท้าน ล่าสุดไปสวดศพรับปัจจัยเป็นค่ารถหลบหนีอีก

“ไม่รู้ว่าจิตใจทำด้วยอะไร เพราะขณะก่อเหตุยังเป็นพระสงฆ์ ห่มผ้าเหลืองอยู่ จิตใจช่างอำมหิต ยิ่งรู้ว่าพระดื่มเหล้าจนเมาขาดสติ ถือว่าไม่ใช่พระสงฆ์แล้ว และเชื่อว่าไม่เมาแค่สุรา อาจจะเมาอย่างอื่นก็เป็นได้ จึงอยากเรียกร้องให้ประหารชีวิตสถานเดียว ให้ตายตกไปตามกัน จึงจะสาสม” นางเพ็ญศรีกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัวนายสงการนต์ฯ ไปทำการสอบสวนเพื่อเติม โดยเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา “ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ

FOLLOW US

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...