Advertisement

SHARE

นักเต้น

“ตายดีกว่าถ้าไม่ได้เต้น” กับความมุ่งมั่นพยายามของชาวปาเลสไตน์ผู้ไร้รัฐ จนได้เป็นนักบัลเล่ต์ประจำคณะบัลเล่ต์แห่งชาติของเนเธอร์แลนด์

Ahmad Joudeh อายุ 26 ปี ปัจจุบันเป็นนักบัลเล่ต์ประจำคณะบัลเล่ต์แห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ที่ใคร ๆ ก็ขนานนามว่า “Billy Elliet แห่งซีเรีย” แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ ชีวิตของเขาต้องผ่านอุปสรรคขวากหนามมานับไม่ถ้วน

Joudeh เกิดและเติบโตในสภาพคนไร้รัฐที่ค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในซีเรีย พ่อองเขาเป็นนักดนตรีและได้ผลักดันให้เขากับน้องเข้าร่วมวงโดยเขารับหน้าที่นักร้อง Joudeh จึงได้ออกไปนอกค่ายเป็นครั้งแรกตอน 8 ขวบเพื่อเปิดการแสดง และเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการแสดงบัลเล่ต์ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มของการค้นพบตัวตนที่แท้จริง แต่ตัวตนนั้นกลายเป็นเรื่องต้องห้ามโดยเฉพาะในสายตาของพ่อ “เพราะในสังคมเรา เป็นเรื่องน่าอายมากถ้าพูดกับใครว่าลูกชายโดยเฉพาะลูกชายคนโตเป็นแดนเซอร์ พ่อบอกว่าถ้าผมไม่เป็นนักร้องก็ให้เรียนหนังสือแล้วทำอาชีพที่สังคมยอมรับ แต่ผมก็ยังแอบฝึกแอบเต้น เวลาถูกพ่อจับได้ ก็จะถูกเฆี่ยน ผมเคยถูกพ่อเฆี่ยนที่ขาจนเต้นไม่ได้หลายวัน แต่ก็ไม่เคยท้อ ผมบอกพ่อว่าตายดีกว่าถ้าไม่ได้เต้น” Joudeh หวนนึกถึงเรื่องราวครั้งนั้น

นักเต้น

แต่โชคดีที่แม่เข้าใจและแอบส่งเขาไปฝึกกับคณะบัลเล่ต์ Enana และไปเรียนที่ Higher Institute for Dramatic Arts ที่กรุงดามาสกัส แต่ความลับไม่มีในโลก ในที่สุดพ่อก็รู้ พ่อเลิกกับแม่เพราะแม่คอยให้ท้ายช่วยให้เขาได้เต้นบัลเล่ต์ Joudeh ซึ่งตอนนั้นอายุ 17 ปีต้องกัดฟันทำงานหาเงินเลี้ยงแม่กับน้อง ๆ และส่งตัวเองเรียน โดยใช้วิธีทำงานหนึ่งปีพอปีถัดไปค่อยกลับไปเรียน วนไปอย่างนี้ จนในที่สุดเขาก็เรียนจบ

นักเต้น

แล้ววันหนึ่งโอกาสก็มาถึง Joudeh ได้ออกรายการประกวดเต้นของสถานีโทรทัศน์ในเลบานอนเมื่อปี 2557 “ผมผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ทางรายการบอกว่าให้ผมชนะไม่ได้เพราะผมไม่มีสัญชาติ เสียใจเหมือนกันครับ แต่มีคนติดตามดูผม ให้กำลังใจผม แค่นี้ก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชนะครับ” การได้ออกรายการนี้ทำให้เรื่องราวของ Joudeh เป็นที่พูดถึง จนได้รับการติดต่อจากนักข่าวชาวเนเธอร์แลนด์เพื่อถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับชีวิตของเขาเมื่อปีที่แล้ว หลังสารคดีนี้ออกอากาศที่เนเธอแลนด์ ชีวิตของ Joudeh ก็พบกับความเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้ง เขาได้รับการทาบทามจากสถาบันและคณะบัลเล่ต์ทั่วโลก สุดท้ายเขาเลือกที่จะไปสังกัดคณะบัลเล่ต์แห่งชาติของเนเธอร์แลนด์ “ตอนนั้นตื่นเต้นดีใจมาก แต่ก็ตัดสินใจบอกแม่ว่าจะไม่ไปเพราะผมทิ้งแม่ไม่ได้ แต่แม่กลับบอกว่ายังไงผมก็ต้องไปจากแม่ ถ้าไม่ไปอัมสเตอร์ดัม ก็ต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร แม่บอกให้ผมออกไปทำเดินตามฝันของตัวเองครับ”

นักเต้น

เวลานี้ Joudeh ฝึกฝนอย่างหนัก บ่อยครั้งที่เขาซ้อมตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 5 ทุ่ม “ผมอยากจะให้ใคร ๆ เห็นว่าผมสมควรได้รับโอกาสนี้ ผมพยายามยิ่งกว่าคำว่ามากที่สุด ไม่มีเวลาให้ป่วย ให้ออกไปเที่ยวเล่นสนุกสนาน ไม่มีเวลาให้กับอะไรทั้งนั้นนอกจากเต้น เพราะผมเป็นความหวังเดียวของเด็กที่เคยเรียนเต้นกับผม ของครอบครัวผมในซีเรีย พวกเขาบอกว่าข่าวดีเพียงอย่างเดียวสำหรับพวกเขาคือข่าวของผม”

“เวลาเต้นมันรู้สึกเหมือนได้เป็นอิสระ การเป็นผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ เกิดและโตในค่าย ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น ยิ่งพอเกิดสงคราม สงครามทำลายทุกอย่าง ผมรู้สึกไม่เหลืออะไรเลยนอกจากบัลเล่ต์ ไม่มีใครทำลายหรือแย่งมันไปจากผมได้ ทุกครั้งที่เต้น ผมจะรู้สึกเป็นตัวเอง รู้สึกปลอดภัย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระราชา”

สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นอกจากจะทำลายขนบความเชื่อเก่า ๆ ที่ว่าผู้ชายเป็นแดนเซอร์ไม่ได้แล้ว ยังช่วยตอกย้ำความหวังของผู้ลี้ภัยด้วย “โลกมองผู้ลี้ภัยอย่างเราว่าไร้ความสามารถ แต่เราเป็นศิลปิน เป็นแดนเซอร์ได้ เราเรียนรู้ได้ อย่าผลักไสให้เราไม่มีที่ยืน”

ในอนาคต Joudeh หวังว่าจะได้ไปแสดงทั่วโลกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ และยังฝันว่าสักวันจะได้กลับไปบ้านเกิดเพื่อก่อตั้งคณะบัลเล่ต์แห่งชาติของซีเรีย

นักเต้น
นักเต้น

ที่มา Alaraby

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...