Advertisement

SHARE

ประเด็นคือ – ผจก.ไฟฟ้าพัทยา เผยกรณีเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” แพร่ภาพลงโซเชียล ปัญหาความไร้ระเบียบสายไฟ-สายสื่อสาร ปากซอยเนินพลับหวาน พัทยากลาง ระบุเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน

จากกรณีที่เพจ “แหม่มโพธิ์ดัง” เผยแพร่ภาพปัญหาความไร้ระเบียบของสายสื่อสาร บนเสาไฟฟ้าสาธารณะ บริเวณปากซอยเนินพลับหวาน พัทยากลาง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยระบุว่า “เป็นพื้นที่น่ากลัว แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่มาเก็บงานให้เรียบร้อย จนเกิดอุบัติเหตุต่อเนื่อง พร้อมกล่าวย้ำว่าต้องมีการสูญเสียหนักๆถึงจะลงมือแก้ไข” ซึ่งพบว่ามีการแชร์ภาพดัง กล่าวและมีการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากนั้น

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ นายนิรุติ เจริญชอบ ผู้จัดการสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิ ภาค สาขาเมืองพัทยา ก่อนได้รับการเปิดเผยว่าสำหรับปัญหาระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าสาธารณะนั้นเป็นปัญหาเรื้อรังมานานแล้ว เนื่องจากสมัยก่อนตาม พรบ.ไฟฟ้าในปี 2503 รัฐเล็งเห็นความสำคัญของการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชน จึงได้มีการจัดตั้งเสาขยายเขตไปอย่างทั่วถึง ก่อนที่จะมีองค์กรสื่อสารต่างๆ ทั้ง โทรศัพท์ ระบบการสื่อสาร อินเทอร์เน็ต เคเบิ้ลทีวีและอื่นๆ มาพาดสายบนเสาเดียวกัน เนื่องจากขณะนั้นอยู่ในความดูแลของกรมโยธาธิการ ที่ให้ทุกองค์กรมาใช้เสาร่วมกันเพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

อย่างไรก็ตาม การพาดสายบนเสาไฟฟ้านั้นก็มีมาตรฐานและข้อกำหนดหลายประการ เช่น เสาไฟฟ้าต้องมีความยาว 12 เมตร ขณะที่สายไฟฟ้าแรงสูงซึ่งจะอยู่ด้านบนสุด สายแรงต่ำจะอยู่ห่างจากระดับพื้นดิน 6.5 เมตร และสายสื่อสารอื่นจะอยู่ต่ำลงมาจากสายไฟแรงต่ำในระยะ 1 เมตร หรือสูงจากพื้นดิน 5.5 เมตร ตามมาตรฐานที่กรมทางหลวงกำหนด แต่ปรากฏว่าจากการเจริญเติบโตของสังคมเมือง ก็มีการพัฒ นาถนนสายต่างๆโดยมีการถมให้สูงขึ้นทำให้ระยะของสายสื่อสารบนเสากับพื้นด้านล่างมีระยะที่ต่ำลง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กฟภ.จึงร่วมกับ กสทช.ในการกำหนดการจัดระเบียบสายสื่อสารใหม่เพื่อลดปัญหา โดยกำหนดให้มีการลดขนาดสายสื่อสารทุกประเภทลงเหลือรายละ 21 มม. พร้อมให้ดำเนินการพาดสายไปบนแนวคานเหล็กหรือคอน ที่ขนาดความยาว 1.5 เมตร ที่จะติดตั้งไว้บนเสาเพื่อป้องกันปัญหาความไร้ระเบียบ ปัญหาการลัดวงจร และอื่นๆ ซึ่งแผนงานนี้ได้เริ่มประชุมหารือและกำหนดมาตรการ พร้อมวางแผนไปแล้วตั้งแต่ปี 2558-2559 โดยจะมีการเริ่มดำเนิน การในระยะแรกที่ถนนสุขุมวิทในระยะทาง 10 กม.จากแยกกระทิงราย-ถนนเทพประสิทธิ์ ตลอดแนวในฝั่งทิศตะวันออก และจะดำเนินการจนแล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 20 ธันวาคม 2560 นี้ โดยแผนงานทั้งหมดเป็นการระดมทุนและออกค่าใช้จ่ายกันเองระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ได้ใช้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลแต่อย่างใด

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...