Advertisement

SHARE

มลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่พ่นพิษอยู่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง หน้ากากอนามัยธรรมดาป้องกันไม่ได้ ต้องใช้หน้ากากชนิด N 95 หรือชนิดที่ระบุว่ากรอง PM 2.5 ได้

หลังจากกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจพบฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ มาอย่างต่อเนื่อง โดยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังมีฝุ่นหนาแน่น ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 69 – 84 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) อีกทั้งปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

กรมควบคุมมลพิษ จึงแนะนำประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด หากจำเป็นต้องออกจากอาคารควรใส่หน้ากากอนามัย หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ รวมทั้งขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการกำกับดูแลกิจกรรมต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ ทั้งการเผา การก่อสร้าง การใช้ยานพาหนะ เพื่อที่จะช่วยลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้

เราจึงได้เห็นชาวกรุงเทพฯ สวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นมลพิษออกมานอกบ้านกันมากขึ้น แต่ทราบหรือไม่ว่า หน้ากากอนามัยธรรมดา ป้องกันเจ้าฝุ่นละอองขนาดเล็กที่แสนอันตรายนี้ไม่ได้

PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน เป็นมลพิษฝุ่นที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ กล่าวคือ เล็กจนเล็ดลอดขนจมูกเข้าสู่ร่างกายได้ และมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของขนาดเม็ดเลือด (5 ไมครอน) ดังนั้น ฝุ่นพิษจึงเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะได้ โดยฝุ่นมีลักษณะที่ขรุขระคล้ายสำลี เป็นพาหะนำสารอื่นเข้ามาด้วย เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งจำนวนมาก

หลายคนจึงป้องกันด้วยการหา “หน้ากากอนามัย” มาสวมใส่ ทว่าหน้ากากอนามัยธรรมดาทั่วไป ป้องกันได้แค่ฝุ่นละอองขนาดใหญ่เท่านั้น ดังนั้น ก่อนหาผ้าปิดจมูกหรือหน้ากากอนามัยมาใส่ ต้องดูให้แน่ใจว่าผ้าปิดจมูกที่เราใช้นั้น ป้องกันมลพิษที่มีคุณสมบัติอนุภาคขนาดเฉลี่ย 0.3 ไมครอน ได้มากกว่า 95% (มาตรฐาน KN95) หรือที่เขียนระบุว่าสามารถกรอง PM2.5 ได้ (กรองฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนได้) หรือที่เรียกว่า ผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ นั่นเอง

ผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ คือ ผ้าปิดจมูกโดยเฉพาะที่ใช้สำหรับป้องกันมลพิษทางอากาศ ที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและร่างกายอย่างรุนแรง โดยผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษมีหลายชนิด จึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม ในที่นี้ขอกล่าวถึงชนิด N95 เนื่องจากหาซื้อได้ไม่ยากและใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ อย่างที่ไม่รู้สึกขัดเขินจนเกินไป

หน้ากาก N95 หรือ ผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ เป็นผ้าปิดปาก – ปิดจมูก ที่ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ โดยสามารถกรองอนุภาคขนาด 1 – 5 ไมครอน ได้อย่างน้อยร้อยละ 95 มีประสิทธิภาพกรองเชื้อโรคขนาด 0.3 ไมครอน ได้ 95% แต่เชื้อแบคทีเรียและไวรัสส่วนมากจะผ่านเข้าไปได้ เพราะเชื้อส่วนมากมีขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอน แต่ในกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ใช้หน้ากาก N95 ป้องกันได้

การปฏิบัติเมื่อใช้ผ้าปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ

1. เปลี่ยนผ้าปิดปาก ปิดจมูกใหม่ทันที เมื่อมีรอยเปื้อนต่างๆ หรือชื้นแฉะ

2. ให้ใช้เฉพาะบุคคล ไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น

3. ผ้าปิดจมูกที่เคยใช้ หากต้องการเก็บไว้ใช้ใหม่ ให้พิจารณาว่ามีการเปื้อนมากน้อยเพียงใด ทำความสะอาดได้หรือไม่ โดยเฉพาะด้านที่สัมผัสกับอากาศภายนอก รวมทั้งไม่หัก/พับ/งอ เนื่องจากทำให้เสียรูปทรง และเกิดรอยยับ ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการกรองเชื้อโรคลดลง

4. ล้างมือก่อนการสวมใส่ และหลังการถอดออกทุกครั้ง

5. การไอ จาม หรือพูดคุยขณะสวมใส่ผ้าปิดปาก ปิดจมูกชนิดกรองพิเศษ อาจทำให้อากาศภายนอกรั่วเข้าไปได้

6. การสวมใส่ผ้าปิดปาก ปิดจมูกชนิดกรองพิเศษที่ไม่กระชับแนบสนิท มีผลต่อประสิทธิภาพของการกรองเชื้อโรค

เมื่อมลพิษยังไม่หายไป “การสวมหน้ากาก N95” ก่อนออกจากบ้าน คือหนทางหนึ่งที่ช่วยป้องกันได้ อย่างน้อย…ก็ระหว่างรอให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังกันเสียที

——————–

แหล่งอ้างอิง

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...