Advertisement

SHARE

กลุ่มตัวแทนผู้เสียหายนับร้อยราย รวมตัวประท้วงร้านบุฟเฟต์อาหารทะเลชื่อดัง หลังประกาศยกเลิกโปรโมชั่นฟ้าแลบ ลูกค้าหวั่นไม่ได้เงินคืนตามกำหนด ลั่น ! ยิ่งกว่าเรื่องเงินคือเสียความรู้สึก ไม่อยากให้ได้ใจไปทำแบบนี้อีก

จากกรณีที่โลกโซเชียลเกิดประเด็นดราม่า หลังชาวเน็ตหลายคนได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านบุฟเฟต์อาหารทะเลแหลมเกตุ ที่เพิ่งเปิดร้านใหม่ที่ห้างสรรพสินค้าโชว์ดีซี โดยก่อนหน้านั้นทางร้านอาหารได้ออกโปรโมชั่นจำหน่ายบัตรเวาเชอร์ (voucher) รับประทานบุฟเฟต์ในราคาถูกกว่าปกติมาก หลายคนระบุว่า ซื้อเวาเชอร์ได้ใบละ 100 บาท ตอนที่มีโปรโมชั่น จากที่ผ่านมาราคาบุฟเฟต์ต่อหัวอยู่ที่หลายร้อยบาท ปรากฎว่ารายการอาหารบางส่วนถูกตัดออกไป โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า อีกทั้งมีการเสิร์ฟอาหารด้วยถ้วยกระดาษ จนสร้างความผิดหวังแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการนั้น

นายโจม พารณจุลกะ เจ้าของร้านแหลมเกตุ

ต่อมา วันที่ 22 มี.ค. 62 นายโจม พารณจุลกะ เจ้าของร้านแหลมเกตุ ซึ่งเป็นร้านบุฟเฟต์อาหารทะเลที่เกิดดราม่าดังกล่าว ได้เปิดเผยผ่านช่องอมรินทร์ทีวีว่า ทางร้านมีการจำหน่ายบัตรในราคา 100 บาท ผ่านทางออนไลน์ อีกทั้งมีการเสิร์ฟอาหารด้วยภาชนะเสิร์ฟอาหารที่เป็นจานชามกระดาษ โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมาที่เปิดขายบัตร ก็ระบุด้านหลังบัตรว่า “ทางร้านอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมนูและอาหารตามเหมาะสมของฤดูกาล” ซึ่งมีการระบุตามเงื่อนไขไว้ให้ทราบแล้ว และมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งยอมรับว่า ลูกค้าค่อนข้างให้การตอบรับดีช่วงซื้อบัตร และเข้าใช้บริการจำนวนมากเกินกว่าที่คาดไว้ ทำให้มีการปรับเปลี่ยนเมนูอาหารและปริมาณ ตนในนามเจ้าของร้าน ขอน้อมรับบทเรียนราคาแพง และพร้อมขอโทษลูกค้าทุกคน ตลอดจนขอบคุณในการแสดงความคิดเห็นติชม ซึ่งทางร้านจะนำไปปรับปรุงต่อไป นอกจากนี้ จะขอยกเลิกเงื่อนไขโปรโมชั่นราคา 100 บาท ทันที โดยลูกค้าที่ไม่ประสงค์เข้าใช้บริการแล้ว สามารถติดต่อเพื่อรับเงินคืนได้

ล่าสุดวานนี้ (23 มี.ค. 62) เวลา 12.00 น. ที่เคาน์เตอร์ของร้านบุฟเฟต์อาหารทะเลดังกล่าว บริเวณชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าโชว์ดีซี ย่านพระราม 9 กลุ่มตัวแทนผู้เสียหายหลายร้อยรายได้รวมตัวประท้วง เพื่อขอเงินมัดจำล่วงหน้าคืน โดยหนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาผู้เสียหายได้เดินทางมา เนื่องจากอยากมาพูดคุยไกล่เกลี่ยเจรจาขอรับเงินคืน ภายหลังจากที่ร้านบุฟเฟต์อาหารทะเลได้มีการประกาศยกเลิกโปรโมชั่น 100 บาท ที่จำหน่ายแก่ลูกค้าก่อนหน้านี้ ซึ่งตนยังไม่เคยใช้บัตรและยังไม่เคยเข้าทานอาหารหรือรับบริการ แต่สุดท้ายถูกยกเลิกโปรโมชั่น จึงกลัวจะไม่ได้รับเงินคืน ซึ่งมองว่าไม่มีแนวโน้มว่าจะได้รับเงินคืนเลย

ทั้งนี้ ตนซื้อบัตรเวาเชอร์เป็นจำนวนเงินกว่า 95,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอีกหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายหลาย 10 ล้านบาท ตลอดจนลูกค้าบางรายได้ทำการยื่นขอเงินคืนไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่กลับไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทำให้เกิดความกังวลอย่างมาก ซึ่งตนไม่ต้องการที่จะให้ต่อโปรโมชั่นอีก เพราะไม่พอใจในคุณภาพการบริการ เนื่องจากไม่เหมือนที่เคยไปรับประทานที่สาขาอื่น อีกทั้งยังเสียความรู้สึกและความเชื่อมั่นที่มีมาตลอด จึงต้องการเรียกร้องขอเงินคืนทั้งหมด เพื่อความเป็นธรรมกับลูกค้า

หนึ่งในผู้เสียหาย

ในขณะที่ผู้เสียหายอีกหลายรายให้ข้อมูลว่า ยังมีผู้เสียหายที่ไม่ได้เดินทางมาร่วมประท้วงอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางกลุ่มผู้เสียหายได้ตั้งกรุ๊ปไลน์เพื่อช่วยกันตรวจสอบทางร้าน โดยกล่าวว่าเรื่องการทวงเงินมัดจำคืนนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งทางร้านให้เหตุผลว่าจะคืนเงินภายใน 120-150 วัน ไม่นับวันหยุดและวันนักขัตฤกษ์ ซึ่งหวั่นใจมากว่าจะไม่ได้คืน แต่มากกว่าเรื่องเงินคือไม่อยากให้ได้ใจ แล้วไปกระทำการในลักษณะเช่นนี้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศระหว่างการประท้วงในครั้งนี้ด้วยว่า ได้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างลูกค้าที่มาประท้วงกับทางร้าน ซึ่งมีการเจรจาไม่ลงตัว เนื่องจากทางร้านให้มีการลงทะเบียนทางอีเมลในการขอรับเงินคืน แต่ลูกค้าไม่พอใจ เนื่องจากมีความล่าช้า อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเจรจา มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางห้างสรรพสินค้าและตำรวจ สน.มักกะสัน คอยดูแลความเรียบร้อย

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...