Advertisement

SHARE

 

“การเมืองไทย” กับ “ทหารไทย” นั้นเป็นของคู่กัน  เพราะหากดูประวัติศาสตร์การเมืองหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 จะเห็นได้ว่า ไม่มีรัฐบาลใดเลยที่จะอยู่ได้หากไม่มีแรงสนับสนุนจากทหาร และหลายครั้งที่ทหารลงมาเป็นผู้เล่นหรือเป็นรัฐบาลเสียเอง   และทหารก็เป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มหนึ่งที่เกาะเกี่ยวร้อยรัดกันอย่างแนบแน่น 

 

และที่สำคัญสิ่งที่ทำให้ทหารมีบทบาทอย่างสูงในการเมืองนั่นคือ สภาวะการ “ถืออาวุธ”  ซึ่งทำให้พวกเขามีแต้มต่อมากกว่ากลุ่มขั้วการเมืองอื่นๆ 

 

แต่ใช่ว่า “ทหาร” จะเป็นปึกแผ่นเสียทีเดียว  เพราะทหารก็ย่อมเหมือนกับสังคมอื่น ที่ต้องมีกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเองเช่นกัน เราจึงเห็นการรวมตัว การเกาะกลุ่ม  และที่แน่นอนมีบางกลุ่มได้ประโยชน์แลบางกลุ่มเสียประโยชน์ จึงขึ้นกับผู้นำของกองทัพในแต่ละยุคว่าจะมีความสามารถในการจัดสรรผลประโยชน์ให้ลงตัวได้มากน้อยเพียงใด และที่สำคัญคือการจัดการกับขุมกำลังเพื่อรักษาฐานอำนาจให้แน่นและมั่นคงที่สุด 

 

ที่ผ่านมากลุ่มอำนาจในวงทหารที่เราคุ้นเคยมากที่สุดมีอยู่สองกลุ่มคือ  “วงศ์เทวัญ” และ  “บูรพาพยัคฆ์”    เล่ากันว่าหากสายใดสายหนึ่งขึ้นครองอำนาจก็มักจะจัดวางขุมกำลังและสืบทอดอำนาจให้อยู่ในกลุ่ม  ชนิดที่อีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้ผุดได้เกิดกันเลยทีเดียว 

 

“วงศ์เทวัญ” คือใคร และ “บูรพาพยัคฆ์” คือใคร 

 

“วงศ์เทวัญ” เป็นชื่อเรียกของ  ทหารบกที่รับราชการในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล. 1 รอ.)  ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่อยู่ในกรุงเทพ  ซึ่งถือว่ามีบทบาทเรื่องความมั่นคงอย่างมาก  ในอดีตมักจะผูกขาดตำแหน่งสูงสุดในกองทัพบกนั่นคือ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)  รวมถึงในอดีตมักมีบทบาทในการรัฐประหาร 

 

และผู้ที่จะมาอยู่ในจุดนี้มักจะเป็นนายทหารที่เคยเป็นลูกหลานของนายทหารใหญ่ในอดีต โดยจะวนเวียนอยู่ในตระกูลต่างๆ อาทิ  “ณ อยุธยา” “กรานเลิศ” “สุวรรณทัต” “อัตตะนันทน์” “หนุนภักดี” หรือ “คงสมพงษ์” 

 

จากการที่เป็นนายทหารที่มาจากตระกูลใหญ่ และมักอยู่ในเมืองหลวงเป็นหลัก จึงถูกเรียกว่าเป็นสายเทพ และเป็นที่มาของคำว่า “วงศ์เทวัญ”  ซึ่งชื่อนี้มาจากนิทานเรื่อง “อิเหนา”  ซึ่ง “วงศ์เทวัญ” หรือ “วงศ์อสัญแดหวา” เป็นชื่อวงศ์ของเทพทั้ง 4 ที่มาจุติบนโลกมนุษย์ และลูกหลานก็ถือเป็น “วงศ์เทวัญ” นั่นเอง 

 

ว่ากันว่าในอดีต ถ้าใครถูกจัดวางให้มาเป็น ผู้บัญชาการหน่วยทหารในการดูแลของ “วงศ์เทวัญ” อาทิ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) หรือผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.)  ก็ย่อมมองเห็นถึงเก้าอี้ ผบ.ทบ. หรืออย่างน้อยก็ต้องได้เข้าไลน์ 5 เสือ  ที่ประกอบด้วย ผบ.ทบ.,รอง ผบ.ทบ. ,ผู้ช่วย ผบ.ทบ. 2 คน และ เสธ.ทบ. อีก 1 คน รวมเป็น 5 เสือ  ซึ่งสี่คนที่อยู่ในไลน์ล้วนสามารถขึ้นมาครองตำแหน่ง ผบ.ทบ. ได้ทั้งสิ้น 

 

โดยนายทหารที่ถูกระบุว่าอยู่ในกลุ่ม “วงศ์เทวัญ” ก็มีอาทิ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์  พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  บุตรชาย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ 

 

ขณะที่ “บูรพาพยัคฆ์” คือกลุ่มนายทหารรกองทัพบกที่รับราชการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์  กลุ่มนี้ก่อนหน้านี้มีบทบาทน้อย แต่เริ่มมีอำนาจและชื่อเสียงมากขึ้นจากการเป็นกำลังหลักในการรัฐประหารปี  2549 และ 2557  และจากนั้นขั้วอำนาจในกองทัพบกก็เปลี่ยนจาก “วงศ์เทวัญ” มาเป็น “บูรพาพยัคฆ์” 

 

ว่ากันว่ากลุ่ม “บูรพาพยัคฆ์” นี้มีผู้หลักผู้ใหญ่สนับสนุนอยู่ จึงทำให้มีอำนาจและกำลังค่อนข้างมาก และเช่นเดียวกัน ผู้ที่คุมกำลังในหน่วยทหารที่อยู่ภายใต้การดูแลของกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ก็ถูกมองว่าถูกจัดวางไว้ให้เข้าไลน์ “5เสือ ทบ.” 

 

โดยหน่วยทหารที่ถูกมองว่าอยู่ในความดูแลก็คือ กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์  และกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ทหารเสือราชินี)  ซึ่งมีบทบาทในภาคตะวันออก  และยังรวมไปถึงกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9)   

 

ในส่่วนของทหาร “บูรพาพยัคฆ์” นี้ ถึงนาทีนี้มีแกนอำนาจสามคน ที่เป็นแกนอำนาจของรัฐบาลปัจจุบันนั่นก็คือ ” 3 ป.”  “ประยุทธ์ – ป้อม – ป๊อก”  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ และ พล.อนุพงษ์ เผ่าจินดา โดยเฉพาะ “บิ๊กป้อม”  ที่ถือเป็นพี่ใหญ่ 

 

ดังนั้นเมื่อเห็นความแนบแน่นเช่นนี้จึงไม่แปลกที่แม้ใครต่อใครจะอยากหรือมีเหตุผลที่เหมาะสมขนาดไหนก็ไม่สามารถปลด ใครคนใดคนหนึ่งออกจากคณะรัฐมนตรีได้   

 

โดยทหารในกลุ่มบูรพาพยัคฆ์นี้ ว่ากันว่าถูกวางตัวมานาน โดยมีผู้อยู่ในกลุ่มอาทิ  พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ และพล.อ.วลิต โรจนภักดี  พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร  พล.อ.ธีระชัย นาควานิช พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ หรือแม้แต่ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ที่เสียชีวิตจากวิกฤตการเมืองเมื่อปี 2553 ก็เป็นหนึ่งในทายาท “บูรพาพยัคฆ์”  หากไม่เสียชีวิตไปเสียก่อน 

 

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดการรัฐประหาร 2557 ดูเหมือนว่า 3 พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ จะพยายามสลายทั้งสองกลุ่ม โดยเรียกใช้งานนายทหารทั้งที่มาจาก “วงศ์เทวัญ” และ “บูรพาพยัคฆ์”  จนมีการขนานนามชื่อใหม่ว่า “บูรพาเทวัญ” 

 

โดยนายทหารจาก “วงศ์เทวัญ” ที่ คสช. เลือกใช้เป็นกำลังหลังจากรัฐประหารก็มีทั้ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือ พล.อ.กัมปนาถ รุดดิษฐ์ ที่มาดูเรื่องการปรองดอง  ซึ่งล่าสุดทั้งสองก็ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองคมนตรี 

 

นอกจากนี้ยังมี “บิ๊กแดง”  พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  ที่เป็นกำลังหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อย ซึ่งถูกคาดว่าจะเป็น ผบ.ทบ. คนถัดไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะเป็นทหารสาย “วงศ์เทวัญ” คนแรกในรอบหลายปี หลังจากระยะหลังตำแหน่งนี้ถูกครองโดยสาย “บูรพาพยัคฆ์” และเพิ่งมี พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ที่มาจากสายรบพิเศษเป็น ผบ.ทบ. 

 

ขณะที่เตรียมทหารรุ่น 10 ที่เป็นรุ่นเดียวกับ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งเคยผงาดในแวดวงทหาร จนถึงตอนนี้ก็ถือว่าจบสิ้นลงโดยสมบูรณ์แบบ จากอายุที่มากขึ้น และไม่มีทางกลับมาอยู่ในไลน์แห่งอำนาจ ยกเว้น “บิ๊กป๊อก -พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ตท.10 ที่เป็น “บูรพาพยัคฆ์” เต็มตัว 

 

ถึงวันนี้ ทหารจึงดูเป็นเอกภาพมากกว่าที่ผ่านๆ มา  แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อถึงคราวที่อำนาจอยู่กับใครนานๆ  และไม่เคยได้มาอยู่กับใครเป็นเวลานาน ถึงวันนั้น ความปรารถนาและผลประโยชน์จะยังลงตัวเหมือนเดิมหรือไม่ 

 

 

 

บทความโดย อสรพิษ 

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...