Advertisement

SHARE

ประเด็นคือ – นักนิเวศวิทยาทางทะเลชี้ วาฬไรต์แแห่งแอตแลนติกเกิดน้อยลงและตายมากขึ้นเสี่ยงสูญพันธุ์ สาเหตุเกิดจากการทำประมง

สื่อต่างประเทศรายงานว่า วาฬไรต์แห่งแอตแลนติกเหนือมีโอกาสสูญพันธุ์ภายในปี ค.ศ.2040 จากอัตราการเกิดน้อยลงและตายมากขึ้น โดยมีสาเหตุจากอุตสาหกรรมประมง โดยเฉพาะการจับกุ้งล็อบสเตอร์

จากจำนวนประชากรวามฬไรต์ที่ลดลง นักสังเกตการณ์วาฬทางชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า หลังจบฤดูผสมพันธุ์ของวามฬไรต์ พบว่าไม่มีวาฬเกิดใหม่เลย และไม่พบคู่แม่ลูกวาฬในฤดูหนาวที่ผ่านมา ซึ่งจากบันทึกจำนวนประชากรวาฬที่ตายเมื่อปีที่แล้วพบว่า วาฬที่หากินตามปกติมักถูกรบกวนด้วยตาข่ายดักกุ้งล็อบสเตอร์

การเกิดน้อยลงและตายมากขึ้นอาจส่งผลเป็นหายนะใหญ่ได้ เนื่องจากปัจจุบันอาจเหลือวาฬไรต์แห่งแอตแลนติกอยู่แค่เพียง 430 ตัวทั่วโลก โดยรวม 100 ตัวที่สามารถมีลูกได้ โดยทั้ง 100 ตัวนี้มีโอกาสสูญพันธุ์ไปในอีก 20 ปีข้างหน้า

Mark Baumgartner นักนิเวศวิทยาจากศูนย์ศึกษาท้องทะเลวู้ดโฮล แมสซาชูเซตส์ ระบุว่า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาพบซากวาฬไรต์เพศเมียอายุ 10 ปี ที่ชายฝั่งรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากติดตาข่ายจับปลา ถือเป็นวาฬตัวแรกที่ตายในปีนี้ที่ได้รับการบันทึกไว้ โดยปีที่แล้วมีบันทึกวาฬตายก่อนอายุขัยถึง 18 ตัว

ทั้งนี้ Baumgartner ยังระบุอีกว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ควรจะเข้าควบคุมการใช้อุปกรณ์จับปลาต่าง และกลุ่มธุรกิจควรจะหาเทคโนโลยีที่จะช่วยชาวประมงจับกุ้งล็อบสเตอร์โดยไม่ต้องใช้ตาข่าย

วาฬไรต์แห่งแอตแลนติก เป็นสัตว์เลือดอุ่น ดำน้ำลึกได้ถึง 180 เมตร และใช้หัวที่มีหนังแข็ง ๆ นูนออกมาเหมือนหูดลากไปตามพื้นทะเล โดยจะปรากฏตัวช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนเพื่อหาอาหารบริเวณนอกชายฝั่งรัฐนิวอิงแลนด์ และแอตแลนติก แคนาดา

 

ที่มา The Guardian

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...