Advertisement

SHARE

ประเด็นคือ –  สมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เรียกร้องรัฐทบทวน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” มองเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มธุรกิจ ไม่ต่างอะไรกับนโยบายประชานิยมของรัฐบาลก่อน

 วันนี้ (8 ต.ค.60) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์แถลงการณ์ในเฟซบุ๊ก Srisuwan Janya กรณีนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยแถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความโดยสรุปว่า รัฐบาลต้องควักเงิน ในโครงการประชารัฐ สวัสดิการช่วยเหลือคนจนที่ลงทะเบียนนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปรูดซื้อสินค้าตามร้านที่กำหนด ทั้งสิ้น 41,940 ล้านบาทต่อปี ไม่ต่างอะไรกับนโยบายประชานิยมของรัฐบาลในอดีต ที่ไม่ได้ช่วยเพิ่มตัวเลขจีดีพีของประเทศ แต่กลับเป็นการเอื้อประโยชน์ ให้กับกลุ่มธุรกิจ “เจ้าสัว” นายทุนใหญ่เจ้าของสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ส่งผ่านสินค้าไปยังตัวแทนผู้จำหน่ายในรูปร้านธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งสินค้าก็มาจากบริษัทใหญ่ไม่กี่ราย

“เงินหลวงที่รัฐบาลอ้างว่า ช่วยเหลือคนจน ก็จะไหลเข้าบริษัทใหญ่ หรือ กลุ่มเจ้าสัวที่ยืนอยู่ข้างหลังรัฐบาลเท่านั้น การดำเนินโครงการนี้ จึงเท่ากับใช้คนจนเป็นข้ออ้างเพื่อประโยชน์ต่อธุรกิจนายทุนหรือเจ้าสัวโดยตรง ทุกครั้งที่คนจนไปรูดบัตรแลกสินค้าเงินก็จะไหลจากบัญชีรัฐไปเข้ากระเป๋าเจ้าสัวมากมายมหาศาลทุก ๆ เดือน โดยที่คนจนไม่มีสิทธิเห็นเงินเลยแม้สลึงเดียว และที่สำคัญร้านธงฟ้าประชารัฐไม่ได้มีสาขาหรือจุดบริการกระจายเป็นการทั่วไปทุกตำบลทุกหมู่บ้าน เหมือนร้านโชว์ห่วยของชาวบ้านด้วยกันเองที่มักจะมีอยู่ใกล้บ้านในในเมืองและชนบท ทำให้ชาวบ้านต้องเสียเงินและเสียเวลาในการเดินทางไปจับจ่ายซื้อสินค้าเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างอำเภอ ตำบล ชนบทห่างไกล” แถลงการณ์ระบุ

 ทั้งนี้แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุในช่วงท้ายว่า  การดำเนินโครงการและใช้จ่ายเงินของรัฐตามโครงการดังกล่าว อาจขัดต่อมาตรา 62 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบพรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม ว่าด้วย “การทุจริตต่อหน้าที่” และ พรป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน 2542 อีกด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลได้โปรดพิจารณาทบทวน และหยุดเอื้อประโยชน์ธุรกิจให้เจ้าสัวผ่านบัตรคนจนนี้เสียโดยเร็ว และหากมีหลักฐานเป็นที่ชัดเจนเพียงพอเมื่อใด สมาคมฯจะต้องนำความไปร้องเรียนกล่าวโทษต่อผู้ที่ใช้อำนาจในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในกรณีเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป ไม่ว่าจะยังอยู่ในอำนาจหรือไม่ในอนาคต

 

ขอบคุณภาพจากFB : Srisuwan Janya

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...