Advertisement

SHARE

‘วิชา มหาคุณ’ แนะปลดล็อกกัญชา-กระท่อม ต้องคำนึง 3 เรื่องเป็นสำคัญ ขณะที่ สนช.เตรียมชง ร่างพ.ร.บ.ยาเสพติด ปลดล็อกกัญชา-กระท่อม ให้ประธานสภาฯบรรจุวาระสัปดาห์หน้า หวังเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย คาดทันใช้ในสมัย สนช. 

วันที่ 31 ต.ค. 2561  วานนี้ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดสัมมนา “สนช.ปลดล็อกกัญชาเป็นยารักษาโรค” โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิปสนช. และผู้ริเริ่มเสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ตามมาตรา 133 ของรัฐธรรมนูญ 2560 สาระสำคัญคือ ปลดล็อกกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ พร้อมมาตรการควบคุม มีสนช.ลงชื่อสนับสนุน 44 คน และ น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธาน กมธ.การสาธารณสุข โดยมีสมาชิก สนช. ตัวแทนจากส่วนราชการ เครือข่ายผู้ใช้กัญชาแห่งประเทศไทย ตลอดจนนักกฎหมาย ร่วมสัมมนา

วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต

นายวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต กล่าวถึงการดำเนินการทางกฎหมายในการปลดล็อกพืชกัญชาและกระท่อม ต้องคำนึงถึง 3 ข้อเป็นสำคัญคือ 1. เลิกคิดว่ากัญชาและกระท่อมเป็นพืชเสพติด เช่น ที่ประเทศมาเลเซีย ไม่ถือว่ากระท่อมเป็นยาเสพติด หากมองเป็ยาก็จะมี พ.ร.บ.ยา ควบคุมอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้เกิดผลร้ายแรงเหมือนเมทแอมเฟตามีน หรือ ฝิ่น, 2. ต้องป้องกันการเกิดสัมปทานและการผูกขาดอย่างเด็ดขาด เพราะจะเป็นการตัดตอนการเข้าถึงของประชาชนในการใช้ประโยชน์ มิเช่นนั้น จะไม่แตกต่างกับการต้องสั่งซื้อมอร์ฟีนจากต่างประเทศ รวมถึงต้องมีการควบคุมดูแลให้มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดของเถื่อนเหมือนเช่นเหล้าเถื่อนที่เป็นในปัจจุบัน เพราะจะเกิดเป็นอันตรายและเกิดผลข้างเคียง และ 3. ต้องปล่อยอิสระในการศึกษาวิจัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยดำเนินการศึกษาวิจัยภายใต้การควบคุมวิชาการ มีคณะกรรมการวิจัยของแต่ละสถาบันอยู่แล้ว สามารถนำมารองรับการดำเนินงานในส่วนนี้ได้ ไม่ต้องสร้างระบบใหม่ให้ซับซ้อนขึ้น

สมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. ในฐานผู้เสนอร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ(ฉบับที่ …)พ.ศ….. ร่วมกับสนช.43 คน กล่าวในเวทีการสัมมนา “สนช. ปลดล็อกกัญชา เป็นยารักษาโรค” วานนี้ว่า วันนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ. … ตามมาตรา 77 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์เป็นเวลา 15 วัน โดยเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องครบถ้วนมาร่วมให้ความคิดเห็น ซึ่งเกือบ 100% ต่างเห็นด้วยที่จะมีการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ของกัญชา ทั้งในส่วนของการแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก ภายใต้การควบคุมกำกับร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน จะเป็นทางออกในการดูแลผู้ป่วยหลายโรค ลดการนำเข้ายาราคาแพง และใช้ยาที่มีราคาแพง

หลังจากนี้จะประมวลความคิดเห็นที่ได้จัดทำเป็นบทวิเคราะห์เสนอต่อประธาน สนช. ภายในกลาง พ.ย.นี้ และประธาน สนช.จะพิจารณาบรรจุเข้าสู่วาระ สนช.เมื่อไรอยู่ที่ดุลพินิจ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะบรรจุในราวปลายเดือน พ.ย. ถึงต้น ธ.ค. 2561 ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด จะสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขได้ในชั้นกรรมาธิการ หลังจาก สนช.ผ่านวาระแรกแล้ว เนื่องจากหากนำมาแก้ไขในร่าง พ.ร.บ.ก่อน จะมีความล่าช้าจากการต้องรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 วรรค 2 ใหม่ รัฐบาลและสภามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผลักดันปลดล็อกการใชประโยชน์ทางการแพทย์ของกัญชาและกระท่อม โดยดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่คนไทย จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และลดการสูญเสียชีวิตขอคนที่เจ็บป่วย โดยเมื่อได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระของ สนช.แล้ว และเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ จะใช้เวลา 30-45 วัน นับจากนี้ สนช.จะมีเวลาพิจารณากฎหมายอีกราว 3 เดือน จึงเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการออกกฎหมายนี้ได้ทันภายในสมัยของ สนช.นี้

สำหรับ ผลการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ พ.ศ. …. ซึ่งดำเนินการผ่านทางเว็บไซต์ www.senate.go.th ระหว่างวันที่ 1-15 ต.ค 2561 รวมระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็น 15 วันโดยมีการเข้าอ่านกว่า 2.9 แสนครั้ง ร่วมแสดงความคิดเห็นทั้งสิ้น 16,431 เห็นด้วยจำนวน 16,288 คิดเป็น 99.13% ไม่เห็นด้วยจำนวน 138 คิดเป็น 0.84 %ไม่แสดงความคิดเห็น 5 คิดเป็น0.03%

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...