Advertisement

SHARE

ประเด็นคือ – บรรยากาศซื้อขายทองคำปีนี้ไม่สดใสเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา บริษัทห้างร้านหันไปซื้อโปรแกรมการท่องเที่ยวมอบให้กับลูกค้าแทนทอง ยกเว้นประชาชนและนักลงทุนรายย่อย ยังคงนิยมซื้อทองเป็นของขวัญ หรือเก็บออม

วันที่ 20 ธ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านทองในต่างจังหวัดบางส่วนยอมปิดตัวเอง แทนการเข้าระบบภาษี ขณะที่สภาพเศรษฐกิจและพฤติกรรมการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เริ่มดึงเงินลงทุนระยะสั้นออกจากตลาดทองคำ ทำให้ร้านทองต้องเร่งปรับตัว

ทองคำขนาด 1 กรัม พร้อมบรรจุภัณฑ์สำหรับมอบเป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ เป็นสินค้าใหม่ ที่ร้านทอง ย่านเยาวราช นำออกจำหน่าย หวังกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลังบริษัทห้างร้าน หันไปซื้อโปรแกรมการท่องเที่ยว มอบให้กับลูกค้าแทนทองรูปพรรณเช่นทุกปี

ยกเว้นประชาชน และนักลงทุนรายย่อย ยังคงนิยมซื้อทองรูปพรรณเป็นของขวัญ หรือเก็บออมเสริมสภาพคล่องเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน

แต่บรรยากาศซื้อขายทองคำปีนี้ไม่สดใสเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล บอกว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่ผลตอบแทนการลงทุนทองคำเติบโตต่ำ เพียงร้อยละ 6 – 9 ขณะที่การลงทุนในตลาดหุ้น สร้างผลตอบแทนได้ถึงร้อยละ 20 ต่อปี และการเติบโตของบิตคอยน์ เงินสกุลดิจิทัล ที่เข้ามาดึงความสนใจจากนักลงทุนไปจากตลาดทองคำ

ไม่เพียงพฤติกรรมการลงทุนทองคำที่เปลี่ยนไป แต่ธุรกิจร้านทองกำลังถูกกวาดต้อนให้เข้าระบบภาษี และเปลี่ยนวิธีการทำบัญชีตามแบบฉบับธุรกิจครอบครัว ที่อาจทำบัญชีหลายเล่ม หลบเลี่ยงภาษี ให้เหลือบัญชีเดียวเป็นมาตรฐาน

ซึ่งปัจจุบันมีร้านทองที่เข้าระบบนี้แล้วกว่า 6,000 แห่ง จากทั่วประเทศ 7,000 แห่ง แต่บางส่วนก็ยอมปิดตัวเอง เพราะเกรงกลัวต่อบทลงโทษ

ก่อนหน้านี้ นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เตือนให้ร้านทองอีกกว่า 1,000 แห่ง ปรับมาตรฐานบัญชี แลกกับการยกเว้นตรวจสอบภาษีย้อนหลังตามเงื่อนไขพระราชกำหนด ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนธันวาคมนี้

มิฉะนั้น อาจถูกส่งข้อมูลให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งระวางโทษรุนแรงกว่า โดยคาดว่าหากสามารถดึงร้านทองเข้าระบบได้ จะช่วยเพิ่มการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่ากำเหน็จ จากปีละประมาณ 3 ล้านบาท เป็นหลายร้อยล้านบาท

 

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...