{{-- --}}
Advertisement

SHARE

ประเด็นร้อนในวงการสงฆ์ขณะนี้กับกรณีเงินทอนวัด ที่กำลังการดำเนินการถึงล็อต 4 แล้ว ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. พูดครั้งแรกยืนยัน การดำเนินการทางกระบวนยุติธรรมเป็นเรื่องของตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพศ.พร้อมสนับสนุนข้อมูล

วันนี้ ( 30 พ.ค. 61) ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) เดินทางเข้าพบ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล พศ. เพื่อรายงานการทำงาน และความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องการทุจริตเงินทอนวัด

พ.ต.ท.พงศ์พร พยายามปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องเงินทอนวัด โดยระบุเพียงว่า “ไม่สะดวกจริงๆ จะทำให้ดีแล้วกันครับ อะไรที่เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมก็ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม พศ.คงไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง”

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาทำเต็มที่ตามพยานหลักฐานใช่หรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พร ตอบว่า “ตำรวจเป็นคนทำครับ”

ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีการประชุมสำนวนคดีเงินทอนวัด ล็อต 3 ในวันนี้ ผอ.พศ. กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เรื่องข้อมูลถ้าขอมาก็จะให้ แต่พศ.จะไม่ทราบในการปฏิบัติของ ป.ป.ช. และไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม โดย ป.ป.ช.มีการส่งหนังสือมาขอพยานหลักฐานเพิ่มเติมเป็นประจำ

  • สุวพันธุ์ สั่งเข้มงบอุดหนุนวัดปี 61 ต้องรัดกุม

ขณะที่ นายสุวพันธุ์  รัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ผอ.พศ. มารายงานผลการดำเนินการเรื่องเงินงบประมาณอุดหนุนวัด ล็อต 1-3 ซึ่งดำเนินการไปแล้ว แต่ล็อต 4 ยังไม่ได้คุยรายละเอียด ขณะนี้ได้ให้นโยบายไปว่า ตำรวจ และหน่วยอื่นๆที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามหลักฐานที่มีอยู่ ส่วน พศ.ให้ดำเนินการในส่วนของข้าราชการที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม พร้อมกำชับเรื่องการใช้งบประมาณในปี 2561 ให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ ถ้าจำเป็นต้องปรับระเบียบหลักเกณฑ์ให้ดำเนินการไป

งบประมาณทั้ง 3 ส่วน คือ งบเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ เผยแพร่พระพุทธศาสนา และการศึกษา มีหลักเกณฑ์ให้การพิจารณาเงินอุดหนุนอยู่แล้ว แต่ถ้ามีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากหน่วยงานต่างๆที่กำลังตรวจสอบมา ก็ให้ พศ.ทำให้รัดกุมขึ้น

นอกจากนี้ให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ให้ทำงานร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะภาค หรือ เจ้าคณะหนด้วย

“สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และต้องทำงานร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าอาวาสที่เกี่ยวข้องทุกอย่างให้ถูกต้อง ผอ.พศ.ประชุมผู้บริหาร คิดว่าในส่วนของการใช้จ่ายงบประมาณน่าจะดีขึ้นแล้ว ส่วนเรื่องคดีเรื่องการสอบสวนให้ตำรวจดำเนินการไป” รัฐมนตรีที่กำกับดูแล พศ. ระบุ

ขณะที่การสอบสวน “ล็อต 4” นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า รอให้ตำรวจทำทั้งหมด พศ.เป็นผู้ประสานอำนวยความสะดวกให้ข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยไม่ได้คุยเรื่องที่ประชุมมหาเถรสมาคมวันนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีลูกศิษย์ของพระบางรูป ออกมาเคลื่อนไหว หลังมีการดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ นายสุวพันธุ์ ตอบเพียงสั้นๆว่า “ไม่เป็นไร”

  • “วิษณุ” ชี้ถ้าสู้พ้นผิด สามารถกลับมาบวชพระได้

ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ตอบคำถามที่ว่า พระสงฆ์ที่ถูกดำเนินคดีและถอดสมณศักดิ์ สามารถกลับมาบวชพระได้หรือไม่ว่า การถอดสมณศักดิ์กับการบวชไม่เกี่ยวกัน ต้องแยกจากกัน เพราะความผิดทางโลกเป็นเรื่องหนึ่ง ความผิดทางธรรมเป็นเรื่องหนึ่ง

สมมติว่า พระอยู่กับสีกาถือเป็นความผิดทางธรรม แต่ไม่ผิดทางโลก ส่วนการจะสึกนั้น ทางกฎหมายบังคับให้สละสมณเพศ แต่จะด้วยความสมัครใจหรือไม่สมัครใจหรือไม่ ต้องไปว่ากันภายหลังเมื่อคดีทางโลกจบแล้ว ขณะที่เรื่องสมณศักดิ์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานและสามารถเรียกกลับคืนได้ เรียกว่าถอดถอนสมณศักดิ์ ซึ่งพระบางรูปอาจเจอทุกเรื่อง

ยกตัวอย่าง พระพิมลธรรม อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ กรุงเทพฯ ซึ่งถูกข้อกล่าวหา เสพเมถุน ต่อมากลับมาเป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ ก็โดนทั้งให้สละสมณเพศ ถอดจากสมณศักดิ์ และถูดดำเนินคดีอาญา แต่เมื่อศาลทหารตัดสินว่า ไม่ผิดทุกอย่างก็กลับคืนมาสามารถกลับไปนุ่งครองผ้าเหลืองตามเดิม เนื่องจากยังไม่ได้เปล่งวาจาว่า “สึก” เมื่อเดินเข้าไปกราบพระในแต่ละวัด แล้วสมเด็จพระวัดต่างๆ รับไหว้แสดงว่า ยังคงยอมรับว่า เป็นพระ จนต่อมาได้ขอพระราชทานสมณศักดิ์คืน เป็นต้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...