Advertisement

SHARE

แม้การเมืองจะยังขยับไม่ได้ การเลือกตั้งยังไม่ฟันธงว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ขณะนี้หลายๆพรรคเริ่มแต่งเนื้อแต่งตัว เพราะหากช้าเกินไปก็จะทำให้ทุกอย่างติดขัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรค “เพื่อไทย” ที่ตกเป็นเป้าสายตา ทั้งความเป็นพรรคใหญ่อันดับหนึ่ง และการเป็นขั้วตรงข้ามของอำนาจรัฐ

บัดนี้ยังไม่มีรู้ชัดเจนว่าใครกันแน่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งอาจจะเป็นเบอร์หนึ่งและผู้ถือธงนำพรรคสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไปในคนเดียวกัน ซึ่งจนถึงวันนี้มีหลากหลายชื่อปรากฏขึ้น โดยแต่ละคนก็มีความโดดเด่นต่างๆ กันไป

.

“สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”

ชื่อนี้่เป็นชื่อแรกที่คนนึกถึงมากที่สุดในนาทีนี้ พูดถึงบารมีและประสบการณ์ “คุณหญิงหน่อย” ถือว่าไม่เป็นรองใคร เพราะสั่งสมประสบการณ์มานาน นอกจากนี้เธอยังยืนอยู่ในแถวหน้าของคนรุ่นเดียวกัน

จุดเด่นสองจุดที่ทำให้เธอยังเป็นเบอร์หนึ่ง จุดแรกคือเธอมีภาพลักษณ์ที่ประนีประนอมกับอำนาจปัจจุบัน หลายคนคิดว่าเธอจะเป็นคนประสานกับทหารได้ หากเป็นเธอแล้วความขัดแย้งระหว่างทหารกับพรรคเพื่อไทย น่าที่จะลดลงและสามารถอยู่ร่วมกันได้หลังการเลือกตั้ง ซึ่งตรงข้ามกันหากเลือกคนที่มีภาพลักษณ์รุนแรงและชนกับอำนาจปัจจุบัน อาจทำให้พรรคต้องประสบปัญหาได้ ถึงแม้จะชนะเลือกตั้ง ก็ไม่แน่ว่าเรื่องราวจะจบลงได้และอาจต้องอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้งต่อไป

จุดเด่นประการที่สองคือ เชื่อกันว่าเธอได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากคนแดนไกล รวมถึงครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นลูกหรือภรรยาของคนแดนไกล และที่ผ่านมาอย่างไม่เป็นทางการเธอก็นั่งหัวโต๊ะในการประชุมพรรคแทบทุกครั้ง

แต่ข้อเสียของเธอก็ใช่ว่าจะไม่มี นั่นเพราะภาพลักษณ์ที่ประนีประนอมกับทหารนั้นอาจทำให้จุดยืนของพรรคได้รับการตั้งคำถาม และทำให้พรรคเสียฐานเสียงได้

นอกจากนี้ด้วยความที่ประสบการณ์ทางการเมืองเธอไม่น้อยกว่าใคร ทำให้ที่ผ่านมาเธอมีความขัดแย้งกับคนในพรรคไม่ใช่น้อย และเป็นความขัดแย้งกับคนในพรรคตั้งแต่สมัยเป็นพรรคไทยรักไทย เนื่องด้วยสมัยนั้นพรรคมีกลุ่มก๊วนจำนวนมาก ทำให้แต่ละกลุ่มนั้นไม่ค่อยลงรอยกัน และบัดนี้แกนนำกลุ่มเหล่านั้นก็อยู่ในระนาบเดียวกับเธอ

ซึ่งสถานการณ์ในพรรคนั้นคนที่สนับสนุนเธออย่างเต็มใจดูจะมีแต่นักการเมืองจาก กทม. เท่านั้น ขณะที่นักการเมืองจากต่างจังหวัดดูจะไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับการที่เธอเป็นตัวเลือก

 

พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล

“เฮียเพ้ง” ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีถึงความครบเครื่อง ทั้งใจถึง มีคนรักมาก เป็นนักการเมืองมากประสบการณ์ อยู่แถวหน้าในระดับเดียวกับ “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”

จุดเด่นของ “เฮียเพ้ง” คือเป็นที่ยอมรับของอดีต ส.ส. ต่างจังหวัดจำนวนมาก เนื่องจากเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย การเลือกตั้งหลายๆ ครั้งที่ผ่านมามีเสียงลือว่าเขาเป็นคน “ถือกระเป๋า” ของพรรค และเป็นคนที่ “คนแดนไกล” ไว้ใจไม่น้อย

ทำให้ขณะนี้บรรดาอดีตนักการเมืองที่ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการให้ “คุณหญิงสุดารัตน์” เป็นผู้นำพรรค ต่างก็พยายามผลักดันให้ใครบางคนเลือก “เฮียเพ้ง” ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง โดยถึงขั้นบินไปเจรจาที่เมืองนอก ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองใหญ่ภาคเหนือ หรือนักการเมืองผู้ทรงอำนาจย่านฝั่งธนบุรี ต่างก็ประกาศตัวสนับสนุน แต่ใครคนนั้นก็ยังไม่ฟันธงว่าจะเลือกใคร

ปัจจัยประการสำคัญที่ทำให้ “เฮียเพ้ง” ยังไม่เป็นเบอร์หนึ่ง นั่นเพราะ “เขาเองไม่ต้องการ”

“เฮียเพ้ง” เป็นคนที่มีธุรกิจอยู่ไม่ใช่น้อย และบุคลิกไม่ใช่คนที่ชอบออกหน้าออกตา และหากการเปิดเผยตัวเป็นเบอร์หนึ่งนั้นอาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดเพราะจะตกเป็นเป้าโจมตี และแน่นอนความเจ็บปวดที่ว่าไม่จำกัดเฉพาะเรื่องส่วนตัว แต่หากเป็นเรื่องทางธุรกิจด้วย เขาจึงพอใจที่จะอยู่หลังฉาก หรือหากออกหน้าเล่นก็ต้องการเป็นเพียงรัฐมนตรี ไม่ได้ต้องการเป็นเบอร์หนึ่งแต่อย่างใด

 

“สมชาย วงศ์สวัสดิ์”

“นายกฯนอกทำเนียบฯ” คนเดียวของประเทศไทย ผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองมาอย่างหนักหน่วงแม้จะเล่นการเมืองเพียงไม่กี่ปี เพราะขณะที่เขารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดทำเนียบรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ทำให้เขาและคณะรัฐมนตรีต้องระหกระเหินไปใช้สถานที่อื่นๆ ทำงาน

จุดเด่นของเขาไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นที่ยอมรับเนื่องจากบารมีที่มากพอ และการเป็นสายตรงของ “ชินวัตร” เพราะภรรยาของเขาชื่อ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์”

อดีต ส.ส. ของพรรคหลายคนบอกว่าหากเป็น “สมชาย” ทุกอย่างจะดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งภายในพรรคที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นเอกภาพ รวมถึงภาพลักษณ์ภายนอกที่เรียกแรงสงสารและความเชื่อมั่นจากประชาชนได้

จุดด้อยประการเดียวของเขาก็คือข้อเดียวกับจุดเด่น นั่นคือการเป็น “สายตรงชินวัตร” หากพรรคเพื่อไทยยังคงยืนยันที่จะใช้คนในตระกูลนี้ ก็หมายความว่าต้องเผชิญหน้ากับขั้วอำนาจปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และคล้ายเป็นการประกาศชนโดยตรง ซึ่งจะมีอะไรเกิดขึ้นในภายหน้าก็ไม่มีใครรู้ได้

นอกจากนี้ยังมีชื่อของอีกหลายคนที่ปรากฏขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิง ไม่ว่าจะเป็น “พงษ์เทพ เทพกาญจนา” อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย อดีตผู้พิพากษาและมือกฎหมายคนสำคัญ “ชัยเกษม นิติสิริ” อดีตอัยการสูงสุด และเคยเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีขณะที่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ต้องตกจากเก้าอี้ ซึ่งก็มีจุดเด่นเรื่องการเป็นนักกฎหมายและนักต่อสู้เช่นกัน “จาตุรนต์ ฉายแสง” นักการเมืองมากประสบการณ์ ที่ยืนหยัดในการท้าชนกับอำนาจเผด็จการ รวมถึงชื่อของ “วิโรจน์ เปาอินทร์” ที่เป็นรักษาการหัวหน้าพรรค โดยหลายคนมองว่าเขาอาจจะได้เป็นหัวหน้าพรรคต่อเพื่อปูนบำเหน็จในการต่อสู้ แต่สุดท้ายทั้งสามคนหากใครคนใดคนหนึ่งได้รับคัดเลือกก็น่าที่จะเป็นเพียงหัวหน้าพรรคแต่ไม่ใช่ “เบอร์หนึ่ง” ในการเลือกตั้ง

ถึงวันนี้แต่ละคนยังมีจุดดีจุดด้อยต่างกัน และรอวันที่ใครคนนั้นชี้นำยุทธศาสตร์ว่าต้องการจะเดินไปทางไหน ซึ่งกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง สถานการณ์จะเป็นตัวบ่งชี้และบ่มเพาะว่าใครเหมาะสมที่สุด

—–

บทความ โดย “อสรพิษ”

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...