Advertisement

SHARE

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวว่ารัฐบาลจีนกำลังเตรียมควบคุมละครซีรีส์แนวย้อนยุคเรื่องดังเรื่องหนึ่งในประเทศจีน เนื่องจากมีเนื้อหาเกี่ยวกับชนชั้นปกครองที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟู่ฟ่า ซึ่งรัฐบาลมองว่าอาจมอมเมาให้ประชาชนหลงไปกับความฟุ้งเฟ้อมากกว่าการตั้งใจทำมาหากินและมัธยัสถ์

แม้สำหรับเราซึ่งเป็นชาวต่างชาติอาจรู้สึกว่ารัฐบาลคิดมากหรือหวั่นเกรงเกินไปจนน่าขบขัน แต่การควบคุม เซ็นเซอร์ และอาจถึงขั้นแบนแนว (genre) ของคอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นละคร ภาพยนตร์ นิยาย หรือกระทั่งหนังสือการ์ตูน นั้นเป็นหนึ่งในมาตรการที่รัฐบาลจีนดำเนินมากับสื่อต่างๆ มาอย่างจริงจังและยาวนาน ด้วยเหตุผลที่บางทีก็น่าเหลือเชื่อสำหรับเราซึ่งมองจากภายนอก

ความรุนแรงและเรื่องทางเพศ
เนื้อหาที่มีความรุนแรงเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนควบคุมอย่างเข้มข้น เนื่องจากการเสพเนื้อหาที่มีการใช้กำลังหรืออาวุธอาจยุยงประชาชนให้มีการใช้ความรุนแรงอันเป็นภัยต่อความสงบมั่นคงของบ้านเมืองได้ โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในเด็กหรือมีผลต่อเด็กจะยิ่งถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากประเทศจีนไม่มีการจัดเรตอายุผู้ชม ภาพยนตร์ที่เข้าฉายหรือซีรีส์ที่จะออกอากาศจึงต้องเหมาะกับคนดูทุกเพศทุกวัย

ตัวอย่างที่เป็นที่โจษจันก็เช่นการที่คณะกรรมการบริหารสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ภาพยนตร์ และโทรทัศน์ได้สั่งแบนภาพยนตร์เรื่อง ‘เดดพูล’ ในปี 2559 เนื่องจากมีฉากใช้ความรุนแรงค่อนข้างมาก มีการใช้คำสบถหยาบคายตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงมีฉากเกี่ยวกับกิจกรรมทางเพศที่ล่อแหลม หรือกระทั่ง ‘อวตาร’ ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ก็ถูกถอดจากจอเงินในประเทศจีนในปี 2553 แม้ว่ากำลังเป็นที่นิยมและกวาดรายได้จากคอภาพยนตร์ชาวจีน มีผู้วิเคราะห์ว่าศึกต่อสู้ระหว่างชนพื้นเมืองของดาวแพนโดรากับมนุษย์ในเรื่องอาจเติมเชื้อไฟให้ปัญหาชนกลุ่มน้อยและประชาชนที่ต้องพลัดถิ่นด้วยนโยบายของรัฐอันเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนในประเทศจีน
รักร่วมเพศ

แม้กลุ่มคนรักร่วมเพศและเพศทางเลือกจะพอใช้ชีวิตในสังคมประเทศจีนได้อยู่บ้าง (โดยไม่เปิดเผยมากนัก) แต่ในแบบเรียนและสื่อต่างๆ ยังคงปลูกฝังให้คนกลุ่มนี้ถูกมองว่ามีสภาพจิตใจที่ผิดปกติ ทั้งยังถูกมองว่าเป็นตัวการที่ทำให้โรคเอดส์แพร่เชื้อเยอะกว่าคนทั่วไป (กล่าวว่าคนรักร่วมเพศมีอัตราการแพร่ระบาดสูงกว่าคนปกติถึง 5-10 เท่าเลยทีเดียว) อีกทั้งสำหรับคนหัวเก่าจะมองว่าคนรักร่วมเพศเป็นเหตุให้ประชากรลดลงหรือทำให้ตระกูลไม่มีผู้สืบทอดเนื่องจากไม่สามารถมีทายาท ที่สำคัญ สำหรับรัฐก็มองว่าการรักร่วมเพศนั้นเป็นสิ่งผิดธรรมชาติและผิดศีลธรรม

เมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมาก็มีประเด็นร้อนทั่วโลกอินเทอร์เน็ตเมื่อนักเขียนนิยายแนวชายรักชายชื่อดังผู้ใช้นามปากกา ‘เทียนอี’ ถูกตำรวจเมืองอู๋หูเข้าจับกุมและมีโทษจำคุกถึง 10 ปี เนื่องจากนิยายที่เธอเขียนมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักร่วมเพศ ทั้งมีฉากกิจกรรมทางเพศระหว่างชายรักชายอย่างโจ๋งครึ่ม ในปีเดียวกันทางการจีนก็ได้ไล่เซ็นเซอร์เนื้อหารักร่วมเพศมาแล้วหลายครั้ง เช่น เกมจำลองชีวิต The Sims FleePlay ที่ผู้เล่นสามารถเลือกให้ตัวละครมีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกันได้ก็ถูกแบนจากแอปสโตร์, ภาพยนตร์เรื่อง Call me by your name ก็ถูกสั่งห้ามฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ รวมถึงเว่ยป๋อซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีนก็ไล่กวาดล้างเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่ม LGBT โดยทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้เหตุผลเดียวกันคือผิดศีลธรรมและเป็นภัยต่อความสงบสุขของสังคม

ผีและเรื่องเหนือธรรมชาติ

อาจชวนให้สงสัยว่าเรื่องภูตผีจะกระทบต่อความมั่นคงของจีนได้อย่างไร แต่หากรู้ที่มาก็จะร้องอ๋อ เพราะในอดีตสมัยจีนยังอยู่ใต้การปกครองของราชวงศ์ชิง มีประวัติว่าในยุคนั้นบ้านเมืองล้าหลังและตกต่ำด้วยขนบธรรมเนียมอันคร่ำครึและงมงายจนถูกรอบข้างดูหมิ่นว่าเป็นขี้โรคของเอเชีย การทหารก็อ่อนแอจนน่านน้ำจีนถูกกองทัพเรือของต่างชาติเข้ามาล้อมโดยที่ประชาชนและทหารก็ทำเพียงสวดมนต์ขับไล่ ทั้งแม่ทัพจีนกลับนึกว่าเรือกลไฟที่ต่างชาตินำมาบุกจีนนั้นเคลื่อนที่ได้ด้วยเวทย์มนต์จึงเอาถังปฏิกูลมาลอยลงน้ำหวังจะทำให้เวทย์มนต์เสื่อม แล้วก็นิ่งนอนใจไม่จัดกองทัพออกมาต่อสู้กับชาวต่างชาติจึงทำให้แพ้ศึกราบคาบ

ด้วยเหตุนี้ ความเชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณและศาสนาจึงถูกตราว่าเป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุของความล่มสลายของจีนในยุคนั้น ในยุคที่เหมาเจ๋อตงปฏิวัติจีนได้แบนเรื่องความเชื่อเหล่านี้เพราะจะทำให้ประชาชนงมงายจนไม่เป็นอันทำมาหากินและไม่ยอมพัฒนาตัวเองซึ่งเป็นการถ่วงความเจริญถ่วงความก้าวหน้าของชาติ นับแต่นั้น คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะได้รับความนิยมหรือประสบความสำเร็จในต่างประเทศเพียงใดก็จะไม่สามารถเข้าทำตลาดในจีนได้ แม้แต่ภาพยนตร์สยองขวัญของไทยหลายเรื่อง เช่น ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ, นางนาก, แฝด, พี่มากพระโขนง ที่เป็นที่นิยมจนถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายหรือรีเมกในหลายประเทศก็เจาะตลาดจีนไม่ได้เช่นกัน
ย้อนเวลาและกลับชาติมาเกิด

นอกจากสำหรับรัฐบาลจีนจะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องงมงายแล้ว เนื้อหายังอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงอีกด้วย ยกตัวอย่างในปี 2554 มีละครซีรีส์ ‘ฝ่ามิติลิขิตสวรรค์’ กล่าวถึงจางเสี่ยว สาวออฟฟิศวัย 25 ปีประสบอุบัติเหตุจนวิญญาณทะลุมิติย้อนเวลากลับไปอยู่ในร่างของน้องสาวชายารองขององค์ชายแปด ซึ่งในอนาคตจะเป็นศัตรูทางการเมืองในยุคจักพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง จางเสี่ยวรู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นจึงพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านั้นเพื่อความอยู่รอดของเธอและคนรัก ต่อมา เรื่องนี้ก็ถูกทางการจีนสั่งแบนเนื่องจากถูกมองว่าเป็นการบิดเบือนเนื้อหาในประวัติศาสตร์และอาจปลุกปั่นให้ผู้ชมเกลียดชังบุคคลที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์เพราะไม่ได้คำนึงว่าเนื้อหาบางส่วนถูกแต่งเติมเพื่อความบันเทิง

ไม่เพียงแค่นั้น  ในปี 2553 China Daily หนังสือพิมพ์ของจีนได้รายงานข่าวว่านักเรียนชั้นป.5 สองคนในมลฑลฝูเจี้ยนได้ฆ่าตัวตายในสระน้ำของโรงเรียนและได้เขียนกระดาษโน้ตไว้ว่า พวกเธอฆ่าตัวตายเพราะอยากย้อนเวลาไปในสมัยราชวงศ์ชิง ที่น่ากลัวคือจากการสัมภาษณ์โดยสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งของจีน พบว่าเมื่อถามเด็กประถมทั้ง 16 คนว่า “จริงไหมที่ตายแล้ววิญญาณสามารถเดินทางข้ามกาลเวลาได้?” พบว่ามีเด็ก 14 คน จาก 16 คนเชื่อว่าทำได้จริง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เด็กๆ ปักใจเชื่อนั้นอาจจะมาจากละครทีวีที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงต้องสั่งแบนเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กที่ขาดวิจารณญาณในการรับรู้ข่าวสารจนนำไปสู่การลอกเลียนแบบสื่อ

บางเรื่องอาจทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่ารัฐบาลจีนคิดอะไรอยู่ แต่ต้องไม่ลืมว่าแนวคิดของรัฐบาลจีนที่ว่าการให้อิสระทางความคิด หรือเนื้อหาของสื่อมากเกินไปจะทำให้ประเทศไม่พัฒนา จึงจำเป็นต้องตัดไฟแต่ต้นลมโดยการแบนเนื้อหาที่อาจจะมีผลในด้านลบต่อประชาชน เนื่องจากประชากรจีนมีหลายพันล้าน หากมีข้อมูลข่าวสารที่ไม่พึงประสงค์หลุดรอดออกไป ก็อาจเกิดผลร้ายที่หยุดกระแสสังคมไว้ไม่ทัน

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...