Advertisement

SHARE

พรรคภูมิใจไทยที่มี ส.ส. 34 ที่นั่งในการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2554 ถือเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองตัวแปรสำคัญมาตั้งแต่วันแรกที่ทำการก่อตั้งพรรค และมาจนถึงวันนี้ คำตอบถึงจุดยืนทางการเมือง ว่าจะจับมือทำงานจัดตั้งรัฐบาลกับใครจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สังคมอยากรู้

บ่ายวันพุธที่ 23 มกราคม วันเดียวกับที่ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ทีมข่าวเวิร์คพอยท์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล”

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แสดงความมั่นใจเรื่องความพร้อมเสนอตัวเป็น “นายกรัฐมนตรี” ซึ่งมีนโยบายเป็นรูปธรรมเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะพรรคที่ผ่านประสบการณ์การเมืองในยุคต่างๆ มาพอสมควรพรรคหนึ่ง และบทบาทของนักธุรกิจที่ผันตัวมาในวงการเมืองมองทิศทางของประเทศ หลังการเลือกตั้ง “24 มีนา 62”

แต่ละพรรคพูดถึงนโยบาย แต่สิ่งทีอยู่ในใจคนไทยมากที่สุด คือ หลังจากเลือกตั้งใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็จะมีกลไกเรื่องรัฐธรรมนูญต่างๆ อย่างหนึ่งที่คุณอนุทินทำ โดยที่พรรคอื่นยังไม่ได้ทำ คือ มีการโพสต์จุดยืนส่วนหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะคำพูด “เราจะทำตามมติประชาชน” คำนี้มีความหมายอย่างไร ?

อนุทิน : ในการเลือกตั้งเราก็จะเห็นว่า 1.พี่น้องประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว ผลของการเลือกตั้งออกมาเป็นอย่างไร นั่นก็คือความต้องการของประชาชน คนที่เป็นนักการเมืองทุกคน เขาจะต้องแปลความหมายของคะแนนที่ประชาชนมอบหมายให้ แต่ละพรรคการเมืองออกมาเป็นการความต้องการได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประชาชนคือเจ้าของประเทศ ประชาชนคือผู้ที่ทรงอำนาจที่สุดในประเทศนี้ที่กำหนดอนาคตของประเทศ พรรคภูมิใจไทยถึงกล้าที่จะออกมาให้การยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะยืนยันอยู่ข้างประชาชน เลือกข้างแล้ว ก็คือเลือกอยู่กับประชาชนคนไทย โดยผ่านการแปลความหมายจากคะแนนที่ประชาชนได้ตัดสินใจ

ยกตัวอย่างสถานการณ์ หยิบโยงมาจากคะแนนเมื่อปี 54 เพราะเป็นคะแนนเดียวที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่โพล สำรวจแค่พันสองพันคน ถ้าเป็นจริงพรรคเพื่อไทยน่าจะมีจำนวน ส.ส.มากที่สุด คือ จำนวน 240 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ คือ ตามที่เค้าประกาศด้วย บวกกับอันที่คำนวณมาด้วย ปี 54 อาจจะ 160 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทยประมาณ 60 ที่นั่ง สมมุติว่า มันเป็นแบบนี้จริงๆ คำว่า ยึดตามประชาชนเนี่ย จะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยได้ไหม ?

อนุทิน : ผมคิดว่า 1 โพลที่ได้ทำมาก่อนหน้านี้ เป็นโพลที่ยังไม่มีความเป็นปัจจุบัน ผมสังเกตโพลในปัจจุบันยังไม่มีพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคที่พึ่งถูกตั้งขึ้นมา และเป็นพรรคที่มีความเคลื่อนไหวมากพอสมควร ดังนั้นเราต้องดูว่า เมื่อมีคนทำโพลภาพรวมทั้งหมดมาเราค่อยมาวิเคราะห์ว่า โพลเหล่านั้นมีความแม่นยำแค่ไหน อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยเราดูโพลและมีวิธีทำโพลของพรรคเอง เราดูโพลเป็นเพียงตัวประกอบ ไม่ได้เป็นตัวตัดสินใจหรือเป็นตัวที่ชี้ชะตาอนาคตของพรรค การที่เราจะมากำหนดอะไรล่วงหน้าก่อนและก็กำหนดทิศทางล่วงหน้าโดยไม่ฟังเสียงของพี่น้องประชาชน เท่ากับเป็นการไม่ให้เกียรติ เพราะว่าพรรคการเมืองเป็นของประชาชน

ดังนั้นเรามีหน้าที่ในการเป็นผู้บริหารของพรรค ก็คือต้องเขียนนโยบายและนำเสนอต่อประชาชนให้เค้าเห็นว่า นโยบายนี้มีประโยชน์และสามารถปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ได้ในทันที เขาก็จะเลือกหรือไม่เลือกเรา บนพื้นฐานแห่งความศรัทธา หรือความเชื่อถือที่เค้ามอบให้นโยบายของพรรค ดังนั้นการที่จะไปกำหนดไว้ก่อนว่า ใครจะเป็นรัฐบาล เราจะเลือกใคร เราจะอยู่ฝ่ายไหน มันเร็วเกินไปที่จะไปตอบตอนนี้เพราะในความเป็นจริงแล้ว ผลของการเลือกตั้ง คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการกำหนดทิศทางของพรรคว่าจะไปทางใด

คำที่บอกว่า “เราทำตามมติของประชาชน” มันแปลได้ไหมครับว่า ภูมิใจไทยจะจับมือกับ “พรรคที่ชนะเลือกตั้ง” ?

อนุทิน: ผมคิดว่าทุกอย่างมีหลายปัจจัยประกอบกัน เราต้องดูนโยบายของพรรคอื่นๆ ด้วยว่า เรารับได้รึเปล่าเกิดประโยชน์กับประเทศโดยส่วนรวมหรือเปล่า หรือกับส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น เอื้อประโยชน์ส่วนรวม หรือเอื้อประโยชน์ส่วนใดส่วนหนึ่ง แล้วเขารับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยหรือเปล่า ถ้าเค้าไม่รับก็ร่วมไม่ได้ เราก็ต้องรับนโยบายของพรรคเค้า เพราะฉะนั้นมีหลายปัจจัยที่เราต้องนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจนะครับ ณ ขณะนี้ เราพูดได้แต่เพียงว่า ทำนโยบายให้มันดีที่สุดแล้วก็ไปต่อสู้กันในวันเลือกตั้ง และมาดูว่าผลการเลือกตั้งมันเป็นอย่างไร ก็ค่อยมาดูกันอีกที

ตอนนี้จะมีพรรคการเมืองที่ประกาศจุดยืนชัดเจนเลยว่า จะไม่มีวันจับมือกับพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลทหาร ไม่มีวันสนับสนุนกับพรรคที่ชู พล.อ.ประยุทธ์ “ภูมิใจไทย” มีความขัดเจนในเรื่องนี้ไหม?

อนุทิน : ภูมิใจไทยมีความชัดเจนว่า อะไรก็ตามที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อยู่ในข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญ อันนั้นเราไม่ทำ ใครคิดยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ยึดมั่นในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกประการ อะไรก็ตามที่ทำแล้วไม่ขัด ไม่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นสิ่งที่ฝืนความต้องการของพี่น้องประชาชนก็ภูมิใจไทยทำหมด

แบบนี้แสดงว่า เป็นไปได้ทุกอย่าง ถึงผลเลือกตั้งจะออกมาจะออกมาเป็นพรรคเพื่อไทย พลังประชารัฐ ?

อนุทิน : ทุกอย่าง คือ พรรคภูมิใจไทยจะยืนอยู่ข้างประเทศไทยและพี่น้องประชาชน สิ่งใดก็ตามที่เป็นประโยชน์กับประเทศ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ภูมิใจไทยก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำสิ่งนั้นให้มันเกิดขึ้น

คือเน้นไปที่การทำงานเดินหน้าของประเทศ ในความหมายที่ว่า อยากให้ประเทศไปข้างหน้าสักทีหนึ่ง เพราะตลอดบรรยากาศ 10 ปีที่ผ่านมาการเมืองก็สะดุดมาก มีความตะกุกตะกักมาก?

อนุทิน : ถูกต้องครับ ก็คือประเทศสามารถเดินหน้าได้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย มันก็จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่เราควรจะทำให้มันเกิดขึ้น อย่างวันนี้พอประกาศกฤษฎีกาเลือกตั้ง ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ก็พุ่งขึ้นในทันทีก็แสดงว่า ในภาพรวมแล้ว ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย การเลือกตั้งเป็นสิ่งที่สำคัญ เค้าจะได้เห็นว่า อำนาจทั้งหลายกลับคืนสู่ประชาชนชาวไทยแล้ว ระบบประชาธิปไตยก็น่าจะเป็นระบอบที่ยั่งยืน สามารถนำพาประเทศไทยเนี่ยให้เดินหน้าต่อไปได้

ที่ผ่านมา ภูมิใจไทยมีคำหนึ่งที่บอกว่า “มันจบแล้วครับนาย” ตอนนั้น ตอนนี้โอกาสที่จะกลับไปร่วมงาน ร่วมพรรคกับเพื่อไทยไม่ได้ปิดประตูใช่ไหม ?

อนุทิน : 1.วาทกรรมที่ว่า “จบแล้วครับนาย” ผมไม่ทราบว่า ใครเป็นคนคิดขึ้นมา ผมไม่เคยได้ยิน และก็ไม่คิดว่า ผู้ที่เคยเป็นข่าวว่า เป็นคนพูดซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่พวกผมเคารพนับถือ ไม่คิดว่าเค้าพูด เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นสิ่งที่หาความน่าเชื่อถือไม่ได้ ว่า มีการพูดคำนั้นจริง เรื่องของการทำงานร่วมกับใครในอนาคต ตราบใดที่มีการรวมกันแล้ว มันเป็นประโยชน์ มันเป็นคุณมากกว่าเป็นโทษ แล้วก็ทำแล้วสามารถทำงานได้ สามารถช่วยกันดูแลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนร่วมกันได้ เราก็ต้องไปว่ากันในอนาคตอีกครั้ง

ในเพจของคุณอนุทิน ที่ประกาศว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ?

อนุทิน : ก็ประกาศชัดเจนว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในสภา คนที่เป็นหัวหน้าพรรคก็ต้องพร้อม เป็นเรื่องปกติไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร แต่ว่าเราก็ต้องพยายามทำนโยบายดี ๆ นำเสนอนโยบายให้ดีเพื่อให้พี่น้องได้เชื่อและก็เลือกอันนั้นก็มีความสำคัญกว่า ถ้าเลือกแล้วเราก็ต้องไม่ทำให้คะแนนใดใดเสียเปล่าไปเลย

ถามในฐานะที่เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้วย แล้วก็จะลงมาทำงานการเมืองด้วยนะครับ อีก 3-4 ปีข้างหน้า ประเทศไทยควรจะให้ความสำคัญกับอะไร ?

อนุทิน : ประเทศไทยก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการที่เราจะเป็นประเทศที่พร้อมในการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี เราต้องพร้อมว่าศักยภาพของการแข่งขันในประเทศไทยทำอย่างไรให้ยืนอยู่บนเวทีโลกได้ เราต้องหาจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศไทย ไม่ใช่ไปทำอะไรเหมือนกับประเทศอื่นที่เขาทำ อาจจะเหมาะกับที่นั่นแต่อาจจะไม่เหมาะกับสังคมแบบไทยๆ สิ่งที่สำคัญคือต้องสร้างความเชื่อมั่น และต้องทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตเข้มแข็งมั่นคงต่อเนื่องก่อน จัดลำดับความสำคัญของโครงการต่างๆ ของภาครัฐให้ถูกต้อง สิ่งที่ยังไม่ถึงเวลายังสามารถรอได้ และก็ยังไม่เป็นประโยชน์มากนัก ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเอามาอยู่แถวหน้า สิ่งที่ควรจะทำและก็เอื้อประโยชน์ให้คนไทยมากที่สุด ก็ควรหยิบ คือการจัดลำดับความสำคัญของการใช้เงินของรัฐทุกบาททุกสตางค์

ตอนนี้บรรยากาศเศรษฐกิจต่างๆ ด้วยเรื่องของประชาชนล้วนๆ เขาก็รู้สึกว่าฝืดเคืองมาก ประเมินว่าประเทศไทยตอนนี้อยู่ในจุดไหน จะแย่ที่สุด หรือว่ามันผ่านจุดที่แย่มาแล้ว ?

อนุทิน : ผมคิดว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นตัวรีเซตประเทศไทยใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทุกคนต้องเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีตแล้วก็พยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีก และก็ต้องอยู่ด้วยความจริงใจ ความซื่อสัตย์ต่อกัน สามัคคีต่อกัน ซึ่งผมก็มั่นใจว่า การที่ประเทศไทย ไม่มีความรุนแรงจนถึงขั้นสงครามกลางเมือง ก็เพราะว่าทุกคนพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าให้มากที่สุด แต่ว่ามันก็ได้แค่ระดับหนึ่ง เพราะถ้าทุกคนหลีกเลี่ยงมัน ก็ไม่ก่อให้เกิดความก้าวหน้าใดๆ เลย มันจึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดต่อไปควรจะนำมาพิจารณาแก้ไข

นโยบายตอนนี้ สโลแกน คือ ลดอำนาจรัฐ…ใช่ไหม ?

อนุทิน : ลดอำนาจรัฐเพื่อปากท้องประชาชน

ในภาคปฏิบัติมีสิ่งไหนที่อยากจะทำก่อนเป็นอันดับต้นๆ  ถ้าเกิดเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้ว ?

อนุทิน : นโยบายทุกนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เป็นนโยบายที่เราจะต้องทำได้เร็วแล้วก็ทำได้เลย เรื่อง Grab เราก็ต้องแก้กฎหมายให้เขา เรื่องกยศ. พักหนี้ แล้วก็ปลดภาระผู้ค้ำประกัน แล้วก็เรื่องการศึกษา ต้องทำให้มี Thailand University ออนไลน์ให้ได้

เรื่องราคาข้าว พืชผลทางการเกษตรเราก็จะใช้ระบบแบ่งปันผลกำไร ซึ่งรายละเอียดก็อยู่ตามหลักที่คล้ายๆ กับวิธีการที่ทำกับอ้อยและน้ำตาลทรายนะครับ เรื่องของการพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ของ อสม. ให้ทำหน้าที่ของอสม.ได้อย่างจริงจัง เป็นผู้ช่วยหมอไม่ใช่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่มีเพียงจิตอาสา เราต้องการขยายขอบข่ายการให้บริการของเค้า ขยายความรู้ที่เค้ามีอยู่ เพื่อมารองรับผู้ป่วยที่บางครั้งไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาล สามารถรักษาได้ด้วยภูมิปัญญาที่มีอยู่ในหมู่บ้านของเค้า แต่ก็สามารถใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันเนี่ย เข้าถึงวิธีการรักษาได้มากขึ้น

มีอะไรที่อยากจะบอกคนที่ตอนนี้กำลังตัดสินใจอยู่ไหม ว่าควรจะเลือกพรรคภูมิใจไทย เพราะตรงไหนยังไง ?

อนุทิน : ก็พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ ขนาดไม่ได้อุ้ยอ้ายนัก ขับเคลื่อนตัวง่าย มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน มีความสามัคคีกัน ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน มีจิตวิญญาณที่จะรับใช้ประชาชนและบ้านเมืองอย่างเต็มที่ จุดแข็งของพรรคภูมิใจไทย คือ เรามีบุคลากรที่มือคลุกฝุ่นจริงๆ hans on จริงๆ ทำงานโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย เข้าใจปัญหาความทุกข์ของชาวบ้าน และก็เลือกเน้นที่จะเข้ามา โดยที่ไม่ได้เข้ามาทำงานเล่นการเมือง แต่เข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน คือเป้าหมายเป็นจุดมุ่งหมายหลักของพรรคภูมิใจไทย

เสียงสะท้อนจากคนในแวดวงการเมืองพูดตรงกันว่า รัฐบาลใหม่อาจเป็น “รัฐบาลผสม” คือมีพรรคการเมืองหลายพรรคมาจับมือรวมคะแนนเสียงกัน ดังนั้น พรรคไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่มีฐานเสียง ส.ส.เดิม ก็เป็นพรรคที่มีต้นทุน และอาจเป็นตัวแปรสำคัญใน “ขั้ว” ของประเทศ หลังการเลือกตั้ง “24 มีนา” คงจะได้รู้ ว่า จะมีเซอร์ไพร์สจริงๆ หรือไม่ อย่างไร …

FOLLOW US

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...