Advertisement

SHARE

เคยสงสัยเหมือนกันผู้เขียนไหมว่าทุกวันนี้ จะไปไหนทำอะไร ของหวานของคาว ล้วนแล้วแต่มีการอ้างถึง “มันม่วง” ตั้งแต่ไอศกรีมสไตล์อิตาเลียน หรือจะเป็นน้ำแข็งใสหวานเย็นปุยหิมะ บิงซู สไตล์เกาหลี ก็ราดด้วย “มันม่วง” ร้านเครปแบบไทยๆ จากแป้งธรรมดา เพื่อให้อินเทรน ก็ต้องมีส่วนผสมของ “มันม่วง”

นี่ล่าสุด เจอร้านขายขนมไทยแท้ ขนมไข่นกกระทาของพี่บังเจ้าโปรด ปกติใช้มันเทศสีเหลืองรสชาติก็อร่อยเป็นทุนเดิม มาวันนี้พี่บังที่รู้จักพลิกมุมคิด เปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด มาเป็นไข่นกกระทา “มันม่วง” กะเค้าด้วย รถเข็นแกจึงคราคร่ำไปด้วยผู้คนมารุมซื้อ รายได้ก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวสิ !

กระแสมันม่วงจากญี่ปุ่นนี้ หากสำรวจในพื้นที่การเกษตรบ้านเรา มีการนำต้นพันธ์ุมาปลูกที่จังหวัดพิจิตร ได้ผลเป็นที่พอใจ ส่งขายกันได้รายได้ไม่ต่ำกว่าแสนบาท ผลประกอบการดี โดยเฉพาะถ้านำผลผลิตขึ้นห้างสรรพสินค้า เพียงหัวเดียวขายถึง200บาท นอกจากราคางาม กระแสมาแรงอย่างที่กล่าวไปแบบนี้สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่มีสูง

มาถึงตรงนี้ ทำไม อะไร อะไรก็ “มันม่วง” เจ้า “มันม่วง” มาจากไหน ฮิตได้ยังไง และเราจะสามารถทำประโยชน์กับมันให้เป็นตัวอย่างดีๆ ได้มากน้อยแค่ไหนกับกระแสแบบนี้

มันเทศหัวสีม่วง หรือ “มันม่วง” มีที่มาจากเมือง โอกินาวา เมืองทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งที่โอกินาวาเองก็มีกันมากถึง12 สายพันธุ์ รสชาติก็มีตั้งแต่หวานจัด จนไม่มีรสชาติเลย ส่วนสีม่วงนั้นจะสีเข้มหรืออ่อนก็ขึ้นอยู่กับพันธ์ุ รวมถึงสารสีม่วง ที่เรียกว่า แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) หากมันมีสีม่วงเข้ม สารนี้ก็จะมีมาก และรสชาติมันก็จะออกเฝื่อนๆ หน่อย แต่ธรรมดา หวานเป็นลมขมเป็นยา สรรพคุณของแอนโทไซยานินนั้นมีมากมาย ทั้งต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์  ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง ยับยั้งไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน ชะลอความเสื่อมของดวงตา ช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรค (pathogen) อีโคไล (Escherichia coli) ในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ ด้วยคุณประโยชน์สารพัด นี่เอง ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมรับประทานมันม่วงแบบทั้งหัว หรือ เป็นส่วนผสมของอาหาร ขนมและ หมักเป็นเครื่องดื่ม และเหล้า เช่น สาเก และโชจู โดยเฉพาะขนม ว่ากันว่า เมืองโอกินาวา ดังที่สุดคือ ทาร์ตมันม่วง ถึงขั้นว่าใครไปเมืองนี้ต้องหาซื้อกันเหมือนไปโตเกียวต้องหาซื้อโตเกียวบานาน่า มาโอกินาว่าก็ต้องทานทาร์ตมันม่วง ถ้างั้นเรียกว่า ไปไม่ถึง 

หากมองให้ลึก ทั้งหมดคือกลยุทธ์ทางการตลาดเรื่องของการท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมของประเทศญี่ปุ่น เพียงดึงจุดเด่นของพื้นที่ให้มาเป็นจุดขาย นอกจากรายได้เรื่องท่องเที่ยวที่ได้แบบตรงๆ สิ่งที่ตามมาแบบเต็มๆคือ การสร้างงาน สร้างรายได้แก่เกษตรกร ยิ่งมีคนชอบมันม่วงยิ่งขายได้ ก็ยิ่งปลูก ยิ่งผลิต พอเป็นกระแสไม่เฉพาะแค่ในญี่ปุ่น ลามมายังบ้านเราเหมือนทุกวันนี้ ที่หนีไปไหนไม่ได้เลยคือ ความภูมิใจ 

ความภูมิใจแบบนี้ บ้านเราก็มีได้ หากสำรวจไปดูแต่ละจังหวัด  บ้านเราไม่ต่างจากเค้า ทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เรามีของดีที่เปรียบเป็น อัญมณีล้ำค่าที่รอการเจียรนัย เรามีข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลก สารกาบ้าเป็นสารชนิดเดียวที่มีในข้าว ช่วยบำรุงสมอง เรามีงาดำที่อุดมด้วยแคลเซียม เรามีมะม่วงที่รสชาติหอมหวาน หลากหลายสายพันธุ์ เรามีทุเรียนราชาของผลไม้ มีมังคุดที่ทั้งเปลือกสกัดเป็นยาทั้งเนื้อก็หอมหวานมีประโยชน์มากมาย นี่เพียงแค่ยกตัวอย่างเท่านั้น ยังมีพืชผัก ผลไม้ที่เป็นยา เป็นสมุนไพร รสชาติอร่อย ฝรั่งต่างชาติก็พากันชื่นชมอีกนับไม่ถ้วน

แต่ที่ต่างจากญี่ปุ่น บ้านเราขาดการจัดการ ขาดการสนับสนุน กระตุ้นส่งเสริมของดีเหล่านั้นให้ต่อเนื่อง ไม่รักษาความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น เมื่อก่อนเราเห็นของดีประจำตำบล หรือ จังหวัด อย่างเช่น ทานส้มโอต้องไปนครชัยศรี ทุเรียนต้องเมืองจันทน์ ข้าวหลามต้องหนองมน แต่เดี๋ยวนี้ ทุกอย่างถูกอำนวยความสะดวกหมด ที่ไหนๆ ก็หาซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านั้น ไม่ต้องดั้นด้นไปไกล รวมไว้รวบตึงในห้างเดียว รายได้ถึงเกษตรกรรึไม่ ก็ถึงแหละค่ะ แต่การส่งเสริมให้มาเที่ยวท้องถิ่น การมุ่งเน้นเอกลักษณ์ของดีจังหวัด  มีกิจกรรมชวนคนมาเที่ยว สร้างงานสร้างรายได้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืนล่ะ มีบ้างไหม  ถามใจคุณดู..? 

ถ้าตรองสักนิด “มันม่วง” ก็ “มันม่วง” เถอะ ถ้าวางแผนจัดการ กระตุ้นส่งเสริมการท่องเที่ยวและของดีจังหวัดให้เป๊ะ ปัง  พี่ไทยเราก็เป็นกระแสได้ไม่ต่างจาก มันม่วงโอกินาว่า เหมือนกัน คุณว่าไหม?

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...