Advertisement

SHARE

นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา

ประเด็นคือ – ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดี ได้กล่าวต่อสหประชาชาติว่าควรเร่งมือแก้ไขปัญหาผู้อพยพชาวโรฮีนจา ให้เร็วที่สุด

ประธานาธิบดีทรัมป์สนับสนุนและผลักดัน UN ให้เร่งแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อผู้อพยพชาวฮีนจา นายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีได้ขึ้นกล่าวบนที่ประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า กองกำลังทหารของพม่านั้นใช้กำลังและไม่เป็นธรรมในการขับไล่กลุ่มชาวโรฮีนจา ด้วยความป่าเถื่อนรุนแรง โดยเผาหมู่บ้านขับไล่พวกเขาจนไม่มีที่อยู่อาศัย ซึ่งกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮีนจา นั้นได้ถูกตราหน้าว่าเป็นบุคคลผิดกฎหมาย จากหลายๆ ประเทศที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลัก

“ประธานาธิบดีทรัมป์ และผม ขอความร่วมมือกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าเราควรเร่งมือแก้ไขปัญหา เพื่อให้ความรุนแรงต่อผู้อพยพชาวโรฮีนจามาถึงจุดจบให้เร็วที่สุด ให้พวกเขาได้มีความหวังและได้รับความช่วยเหลืออย่างที่ควรจะเป็นเสียที” ไมค์ เพนซ์ กล่าวต่อสมาชิกคณะมนตรี โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้มีการประชุมเป็นการส่วนตัวก่อนหน้านี้แล้วสองครั้งตั้งแต่เหตุการณ์ความรุนแรงได้เริ่มขึ้น และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการแถลงการณ์อย่างไม่เป็นทางการกับสื่อมวลชนเพื่อประณามสถานการณ์และเรียกร้องให้ทางการพม่ายุติความรุนแรง

ชาวโรฮินจา เข้าแถวรับการแจกอาหารจากกองทัพบังคลาเทศ

“เหตุการณ์อันน่าสลดใจนี้มีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ หากเรายังไม่สามารถหยุดความรุนแรงนี้ และมันจะปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังและความวุ่นวายที่จะทำให้ภูมิภาคนี้สั่นคลอนและส่งผลกระทบไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคต” นายเพนซ์ กล่าว นับว่าเป็นการตอบสนองที่รุนแรงมากที่สุดจากสหรัฐอเมริกาต่อวิกฤติผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ซึ่งประชากรมากกว่า 420,000 นั้นถูกผลักดันให้อพยพออกจากรัฐยะไข่ของพม่าเพื่อข้ามไปยังบังคลาเทศ เพื่อหนีการรุกรานทางทหารของพม่าซึ่งองค์การสหประชาชาติได้ประณามไว้ว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยทางพม่านั้นยืนยันกับสหประชาชาติว่าวิกฤติในรัฐยะไข่กำลังเบาลง หลังจากเจอการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลากหลายประเทศ

นายเฮนรี บาน ทียู รองประธานาธิบดีพม่า

นายเฮนรี บาน ทียู รองประธานาธิบดีของพม่าได้เรียกร้อง ณ การประชุมสมัชชาใหญ่ประจำปีของสหประชาชาติแทนนางออง ซาน ซูจี ว่าให้ประเทศนานาชาติให้เวลากับทางพม่าในการแก้ไขปัญหา “เรามีความยินดีที่จะกล่าวว่าสถานการณ์นั้นดีขึ้น” เขากล่าว โดยเสริมว่าไม่มีการประทะกันระหว่าทหารพม่าและชาวโรฮีนจา ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน โดยนายบาน ทียู ไม่ได้ใช้คำกล่าวแทนผู้คนเหล่านี้ว่าชาวโรฮีนจา แต่ระบุว่าพวกเขาเป็นชาวมุสลิมแทน และกล่าวเสริมว่าเหตุผลที่ฝ่ายทหารของพม่านั้นได้เข้าจู่โจมเพราะเหตุเนื่องมาจากเกิดการก่อกบฏ ซึ่งเขากล่าวว่าชาวพม่าที่ไม่ใช่มุสลิมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

“ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมเป็นเป้าหมายหลักที่เราจะทำให้เกิดขึ้น เรามุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือต่อคนที่ต้องการโดยไม่มีการแบ่งแยกว่าคนเหล่านั้นจะเป็นใครมาจากไหน” เขากล่าว นางซูจีได้ทำให้นักสิทธิมนุษยชนหลายๆ คนผิดหวังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ทำแคมเปญสนับสนุนเธอให้เป็นอิสระเมื่อเธอโดนกักขังอยู่ถึง 15 ปี ใต้การปกครองโดยรัฐบาลทหาร และปัจจุบันนักวิเคราะห์ได้มีความกังวลเป็นอย่างมากว่าถึงแม้ว่านางซูจีจะดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำประเทศอยู่ก็ตาม เธอก็อาจจะไม่สามารถควบคุมอำนาจของฝ่ายทหารได้ด้วยอำนาจทางการเมือง

ที่มา: Aljazeera

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...