Advertisement

SHARE

เจ้าหน้าที่เมียนมายังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับ 2 ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ ที่ถูกจับกุมฐานมีเอกสารความลับทางราชการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะไปทำงานเรื่องวิกฤตโรฮีนจาในรัฐยะไข่ที่ยืดเยื้อมากกว่า 4 เดือน มีชาวโรฮีนจาต้องอพยพออกจากพื้นที่กว่า 660,000 คน และเสียชีวิตหลายพันคน 

 

เป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์แล้ว หลังจากนายวา โลน วัย 31 ปี และนายกอ โซ อู วัย 27 ปี ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ ถูกตำรวจเมียนมาจับกุมฐานมีเอกสารความลับทางราชการ ขณะไปทำงานเรื่องวิกฤตโรฮีนจา รัฐยะไข่ โดยการเชิญทั้งคู่ไปรับประทานอาหารเย็นในร้านอาหารแห่งหนึ่งในย่างกุ้งก่อนเข้าจับกุม แต่ยังคงไม่มีการเปิดเผยที่อยู่ของพวกเขาในระหว่างการสืบสวนแต่อย่างใด

 

“ทางรอยเตอร์และครอบครัวของยังไม่สามารถเข้าถึงแต่ทราบข้อมูลความเป็นอยู่ของพวกเขาเลย วา โลน และกอ โซ อู เป็นผู้สื่อข่าวที่มีบทบาทสำคัญในการทำเสนอข่าวที่มีประโยชน์ไปทั่วโลก และพวกเขาไม่ได้กระทำผิดใดๆ ” นายสตีเฟน เจ แอดเลอร์ ประธานและหัวหน้ากองบรรณาธิการของสำนักข่าวรอยเตอร์กล่าวในแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุด

 

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2560) นายทีนจอ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ผู้ซึ่งมีความสนิทใกล้ชิดกับนางออง ซาน ซู จี ผู้นำรัฐบาลเมียนมา สั่งเดินหน้าให้ดำเนินคดีกับสองผู้สื่อข่าว ขั้นตอนต่อไปจะต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงานประธานาธิบดีก่อนจะเข้าสู่กระบวนการตัดสินคดี ภายใต้พระราชบัญญัติความลับทางราชการของเมียนมา ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี

 

รัฐบาลหลายประเทศ ทั้งสหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา รวมทั้งนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) กลุ่มวิชาชีพผู้สื่อข่าวและกลุ่มนักสิทธิมนุษยชน ได้วิพากษ์วิจารณ์การจับกุม 2 ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ ที่เป็นการริดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน และขอเรียกร้องให้ปล่อยตัวทันที

 

คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล หรือไอซีเจ (The International Commission of Jurists: ICJ)  เรียกร้องให้มีการเปิดเผยที่อยู่ และต้องให้ผู้ถูกจับกุมมีสิทธิเข้าถึงครอบครัวและทนายความ พร้อมกับต้องเคารพกฎหมายของทางเมียนมาเองและข้อตกลงระหว่างประเทศ

 

แม้ว่ารองผู้อำนวยการกระทรวงสารสนเทศเมียนมา กล่าวว่าถึงการจับกุม 2 ผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้เป็นการริดรอดเสรีภาพของสื่อมวลชน และกล่าวว่าผู้สื่อข่าวมี “เสรีภาพในการเขียนและพูด” แต่กระทรวงสารสนเทศกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สองผู้สื่อข่าวรอยเตอร์มีข้อมูลที่ได้มาซึ่งเอกสารข้อมูลอย่างผิดกฎหมายและนำเสนอผ่านสื่อต่างชาติ

 

ทาง ซอ ฮเต โฆษกของนางซูจี กล่าวว่ารัฐบาลเคารพสิทธิของสองผู้สื่อข่าว และจะได้รับการปกป้องโดยกฎหมาย

 

ด้านสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี 2 คนได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงวิธีการที่นักข่าวทั้งสองคนได้รับการปฏิบัติ

 

รัฐบาลพลเรือนของพรรคเอ็นแอลดีเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 แล้ว แต่ก็ยังถูกคุมอำนาจโดยกองทัพเมียนมา โดย เนียน วิน หนึ่งในสมาชิกพรรค และเป็นทนายความของนางซูจี กล่าวว่า “มันไม่ยุติธรรมที่ครอบครัวของพวกเขาไม่สามารถติดต่อพวกเขาได้ ไม่รู้ว่าถูกคุมขังอยู่ที่ใด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตำรวจบอกข้อมูล ทำให้พรรคไม่สามารถช่วยเหลืออะไรไปได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลอะไรเลย”

 

ขณะที่ วิน เต็ง อีกหนึ่งในสมาชิกพรรคให้ความเห็นว่า “นี่เป็นกับดัก” เขากล่าว “พวกเขาพบกับตำรวจสองคนและพวกเขาก็ถูกจับที่อื่นพร้อมกับเอกสาร”

 

หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศของสหภาพยุโรป หรืออียู (EU) กล่าวว่าการจับกุมดังกล่าวเป็นความกังวลที่แท้จริงของรัฐบาลเมียนมา “เสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นพื้นฐานที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย” เธอกล่าว

 

อย่างไรก็ตามความมีเสรีภาพของสื่อมวลชนในเมียนมาพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากผู้นำเผด็จการลงจากตำแหน่งเมื่อปี 2555 ทำให้นักเคลื่อนไหวสิทธิฯ มีความหวังว่าจะเสรีภาพมากขึ้นด้วย หลังจากที่นางออง ซาน ซูจี อดีตนักโทษการเมือง ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพกลายมาเป็นผู้นำประเทศ

 

แต่หลังจากเหตุการใช้ความรุนแรงปราบปรามชาวโรฮีนจาผู้บริสุทธิ์ในรัฐยะไข่ ทำให้มีชาวโรฮีนจาอพยพกว่า 660,000 คน เสรีภาพของสื่อกลับถูกจำกัดมากขึ้น หลังผู้สื่อข่าวหลายคนถูกจับกุม

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...