Advertisement

SHARE

ประเด็นคือ – เหยื่อสหกรณ์เถื่อนหวั่นเงินเกือบ 10 ล้านสูญ เดินหน้าร้องขอความช่วยเหลือ ส่งตัวแทนยื่นหนังสือร้องทุกข์ กับทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ หวั่นถูกผู้มีอิทธิพลคุกคามจากกลุ่มคนมีสี

วันที่ 22 ม.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีชาวบ้านคำมันปลา ทั้งตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนและศิษย์เก่าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ห้วยเม็ก เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก หลังพบว่าเงินออมทรัพย์ที่สะสมมานานกว่า 20 ปี ในนามสหกรณ์ออมทรัพย์ของโรงเรียนเงินทั้งหมดได้หายไป หลังครูที่เป็นคณะกรรมการได้เออร์ลี่ รีไทร์ออกหมดยกชุด ขณะที่สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ ระบุชัดเป็นการแอบอ้างชื่อนามสหกรณ์ ยืนยันไม่มีในทะเบียนรับรอง ด้าน พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ติดตามการทำสำนวนของตำรวจพื้นที่ด้วยตนเองอย่างใกล้ชิด ตามข่าวที่เสนอแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (22 ม.ค.) ที่กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ ชั้น 3 นายพิบูรณ์ คำแหงพล ตัวแทนผู้ปกครอง และนายพูนพิพัฒน์ เรืองแสน ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียน พร้อมตัวตัวแทนผู้ปกครองรวม 4 คน ได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์และขอความช่วยเหลือกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ โดยมี พ.ต.ธีระศักดิ์ ตรีศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ รับเรื่อง

นายพูนพิพัฒน์ เรืองแสน ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียน กล่าวว่า จากการที่ชาวบ้าน ผู้ปกครอง ถูกกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างเป็นคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ในโรงเรียน รวม 9 คน พากันเออร์ลี่ออกไป 7 คน และเสียชีวิต 2 คน พร้อมเชิดเงินไปหมดเกลี้ยง

จากการตรวจสอบไม่มีเงินฝากเหลือในสหกรณ์แม้แต่บาทเดียว ทั้งๆ ที่มียอดรวมเงินฝากสะสมไม่น้อยกว่า 8 ล้านบาท หรือรวมดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ตอนนี้กังวลว่านอกจากดอกเบี้ยที่ยังไม่ได้รับแล้ว เงินต้นที่สะสมมาบางคนเป็นสมาชิกกว่า 20 ปีอาจจะสูญไปหมด จึงได้เข้าแจ้งความกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 61 ที่ผ่านมา เพื่อให้ออกหมายเรียกติดตามตัวคณะกรรมการสหกรณ์ ที่ยังมีชีวิตทั้ง 7 คนมาไกล่เกลี่ย หลังจากนั้นได้มีทนายความเข้ามาเจรจากับชาวบ้าน ทำให้รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมที่มีทนายเข้ามาแทรกแซง

นายพูนพิพัฒน์กล่าวอีกว่า ปัญหาเกิดจากคณะกรรมการฯ เป็นฝ่ายสร้างขึ้นมา ซึ่งอาจนำไปปล่อยกู้หรือใช้ประโยชน์ทางอื่น มีเจตนายักยอกและฉ้อโกงประชาชน ชาวบ้านเคยขอร้องให้เข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ก็หลบเลี่ยงและโกหกมาโดยตลอด ก่อนที่จะลาออกจากราชการหลบหนีไป ทั้งยังให้ทนายความมาแก้ต่าง ชาวบ้านจึงหวั่นวิตกว่าจะไม่ได้เงินคืน ซึ่งรวมกันกว่า 10 ล้านบาท เพราะก็ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะจ้างทนายความมาสู้คดี จึงอยากให้กรรมการฯ ออกมารับผิดชอบ เพราะทำเช่นนี้เหมือนเป็นการข่มขู่ชาวบ้านด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ หนึ่งในคณะกรรมการฯ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเป็นคนมีสี (อดีตทหารยศร้อยตรี) ชาวบ้านจึงรู้สึกว่าตนอาจจะถูกคุกคาม และไม่ได้รับความปลอดภัย จึงตัดสินใจเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ขอความคุ้มครอง และขอความช่วยเหลือกับ นายกรัฐมนตรี ให้จับตาและสั่งการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามากำกับดูแล เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายที่ดีและชาวบ้านได้เงินคืน

ขณะที่ พ.ต.ธีระศักดิ์ ตรีศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายยุทธการ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังได้รับเรื่องปัญหาร้องทุกข์ดังกล่าว ก็จะได้ประสานผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับส่งเรื่องไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยหลังจากนี้จะกำกับติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด ในส่วนที่ชาวบ้านผู้เสียหาย เกิดความวิตกกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หรืออาจถูกข่มขู่คุกคามนั้น เบื้องต้นก็จะได้รายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อสั่งการให้หน่วยทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่ เข้าไปลาดตระเวน ตรวจตรา และรับแจ้งเบาะแส หรือเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้านในช่วงนี้

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...