Advertisement

SHARE

ฝ่ายกฎหมาย พรรคไทยรักษาชาติ ยื่นหนังสือถึงประธานกกต. งัดกฎหมายมาตรา 92 และมาตรา 93 ขอโอกาสร่วมฟังการไต่สวน-ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีจะยุบพรรค

วันที่ 13 ก.พ. เวลา 09.00 น. นายสุรชัย ชินชัย คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. เรื่องขอให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม

โดยมีเนื้อหาระบุว่า “ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวด่วนแพร่หลายทั่วไปว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติ ในช่วงบ่ายวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ต่อมาปรากฏเป็นข่าวว่า ประธานกกต.โต้ข่าวยุบพรรคไทยรักษาชาติ ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ถ้าเสร็จแล้วจะแถลงข่าวให้ทราบนั้น

พรรคไทยรักษาชาติ และสมาชิกพรรคเห็นว่า กรณีที่ กกต. จะได้ดำเนินการพิจารณาและมีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 โดยอ้างว่า กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า พรรคไทยรักษาชาติมีการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว พรรคไทยรักษาชาติเห็นว่า การใช้อำนาจของ กกต. ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 3 และการยุบพรรคเป็นการกระทบต่อสิทธิของพรรคและสมาชิกพรรคที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ตามมาตรา 4 อันจะเป็นการละเมิดสิทธิของพรรคและสมาชิกพรรค ซึ่งการใช้อำนาจของ กกต. ดังกล่าวต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 93

เมื่อ กกต. ยังไม่ได้ดำเนินการมีมติกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีในการไต่สวน สอบสวน พิจารณา ชี้ขาดกรณีการกระทำผิดของพรรคการเมือง มาตรา 92 ไว้ตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นการดำเนินการใดๆ ของคณะกรรมการจึงอาจเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต. จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โดยฟังความฝ่ายเดียวโดยไม่ให้โอกาสพรรคผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง แสดงพยานหลักฐานไม่ได้ เพราะขัดต่อหลักนิติธรรมและหลักกฎหมายที่กำหนด

ทั้งนี้ การที่ กกต.ได้กำหนดระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2563 ไว้ และเมื่อ กกต.ใช้อำนาจ ตามมาตรา 93 ให้นายทะเบียนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานพร้อมทั้งเสนอความเห็นของคณะกรรมการเพื่อการพิจารณาคดีของกกต. เป็นไปตามหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม ประกอบกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญยังให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ แต่พรรคไทยรักษาชาติได้มีโอกาสอันพึงมีในฐานผู้ถูกกล่าวหา ดังนี้

1. ต้องให้โอกาส พรรคไทยรักษาชาติผู้ถูกกล่าวหาทราบข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานโดยสรุป ตามความมาตรา 43 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

2. ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิที่จะให้ถ้อยคำหรือแสดงพยานหลักฐานภายในระยะเวลาที่กรรมการ หรือเจ้าพนักงานกำหนด และมีสิทธิที่จะให้ทนายความหรือบุคคลซึ่งไว้วางใจเข้าฟังการไต่สวนได้ ตามความมาตรา 43 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560

เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และเป็นไปตามหลักฟังความทุกฝ่าย ซึ่งเป็นหลักยุติธรรมพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรม คือการเปิดโอกาสให้คู่กรณีได้โต้แย้งคัดค้านและแสดงพยานหลักฐานภายในระยะเวลาอันสมควร จึงขอท่านได้ให้โอกาสแก่พรรคไทยรักษาชาติ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมด้วย ทั้งนี้ จะยังประโยชน์สูงสุดแก่ปวงชนชาวไทยที่จะได้ใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างเสมอกัน ในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง วันอาทิตย์ ที่ 24 มีนาคม 2562 ต่อไป”

ขณะที่ นายเอกชัย หงส์กังวาน แกนนำคนอยากเลือกตั้ง ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อ กกต. ให้ยุติการนำเรื่องพิจารณายุบพรรคไทยรักษาชาติส่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าไม่ควรยุบและไม่มีความจำเป็น เนื่องจาก กกต.ได้ประกาศไม่รับรองรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปแล้ว และมองว่า ไม่เข้าข่ายความผิดพระราชบัญญัติรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 (2) ที่ระบุว่า กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติรย์ทรงเป็นประมุข

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยรักษาชาติ เปิดตำรากฎหมายหาทางสู้ยุบพรรค

“ไทยรักษาชาติ” ขอเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้งต่อ

 

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...