กองทัพส่ง ฮ.MI 17 หาพิกัด-ดับไฟป่าดอยพระบาท จ.ลำปาง ขณะที่ ทอ. ส่งเครื่องบิน 2 ลำ เตรียมโปรยน้ำเหนือเมืองเชียงใหม่พรุ่งนี้ ด้าน รองแม่ทัพภาคที่ 3 กำชับเด็ดขาด “จับมือเผา” ขอผู้ว่าฯ สั่งย้ายฝ่ายปกครองในพื้นที่ที่แก้ไขปัญหาไม่ได้
วันนี้ (15 ก.พ.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ฝุ่นพิษในภาคเหนือยังไม่คลี่คลาย หลายพื้นที่ปริมาณฝุ่นพิษยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะพื้นที่ดอยพระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ที่ยังไม่สามารถควบคุมไฟป่าได้อย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้ปริมาณหมอกควันในพื้นที่ยังวิกฤตหลายจุด ล่าสุดเช้าวันนี้ ที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า ค่ายกาวิละ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เรียกประชุมเพื่อติดตามและวางมาตรการควบคุมสถานการณ์หมอกควันที่เกิดขึ้น โดยมีตัวแทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก 9 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วม
วันเดียวกันนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้จัดเฮลิคอปเตอร์ MI 17 จำนวน 2 ลำ เข้าบินตรวจหาพิกัดไฟป่าเหนือพื้นที่ดอยพระบาท จ.ลำปาง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ตักน้ำขนาด 3,500 ลิตร เพื่อเข้าโปรยน้ำดับไฟในจุดที่ตรวจพบ ขณะเดียวกันจะใช้ลำเลียงกำลังทหารชุดเฉพาะกิจดับไฟป่า 3 กองร้อย ลงพื้นที่ที่เข้าถึงลำบาก เพื่อเข้าไปจัดการกับไฟป่า โดยรองแม่ทัพภาคที่ 3 ระบุจะอำนวยการภารกิจนี้ที่กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนืออย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 15 วัน หรือ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
พล.ต.บัญชา กล่าวว่า ต้นตอไฟป่าและหมอกควันจากฝีมือของมนุษย์ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกับทุกคน การใช้มาตรการทางกฏหมายอย่างเด็ดขาดจึงต้องนำมาใช้ โดยได้กำชับตำรวจ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ พ.ร.บ.สาธารณสุข ที่มีอยู่ในมือมาบังคับใช้ หากเจอใครจุดเผาป่าต้องจับ เพราะขอความร่วมมือแล้วไม่ได้ผล ยังมีการเผาป่าให้เห็น ส่วนฝ่ายปกครองอำเภอพื้นที่ไหนที่แก้ปัญหาไม่ได้ทางจังหวัดก็ต้องย้าย ให้คนที่ทำได้เข้ามาแก้ไขปัญหา
สำหรับพื้นที่ดอยพระบาท เมื่อวานนี้มณฑลทหารบกที่ 32 ส่งกำลังร่วมกับทหารพราน 1 กองร้อยเข้าไปแล้ว แต่เดินทางเข้าถึงลำบาก ล่าสุดจะให้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเข้าชี้เป้าและเพื่อส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปจัดการ รวมทั้งสั่งให้ทุกหน่วยทั้งตำรวจ ทหาร ป่าไม้ ปิดพื้นที่ไม่ให้ใครเข้าไปเผาป่าเพิ่มอีก
ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบิน 2 ลำ เข้าประจำการที่จังหวัดเชียงใหม่และจะเริ่มขึ้นบินโปรยละอองน้ำเพื่อลดหมอกควันในจังหวัดเชียงใหม่ในวันพรุ่งนี้ (16ก.พ.) รวมทั้งพื้นที่จัหวัดลำปาง ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ก็พร้อมเข้าดำเนินการทันทีที่เกิดปัญหาด้วยเช่นกัน
รายงานแจ้งว่า จุดความร้อนจากการเผาป่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาในภาคเหนือ พบทั้งหมด 1,141 จุด เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 46 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่พบ 736 จุด ในจำนวนนี้มีจังหวัดลำปางและจังหวัดน่านที่จุดความร้อนปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว โดยจังหวัดลำปางปี 2561 พบ 71 จุด ปีนี้พบ 176 จุด, จังหวัดน่าน ปี 2661 พบ 59 จุด ปีนี้พบ 174 จุด
ขณะที่จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด ในช่วงเวลานี้ คือจังหวัดจาก พบแล้ว 226 จุด