“คิม” ขู่สหรัฐฯ “ปุ่มกดอาวุธนิวเคลียร์” อยู่บนโต๊ะทำงานพร้อมใช้งาน แต่จะใช้ก็ต่อเมือถูกคุกคามเท่านั้น เป็นครั้งแรกที่แสดงท่าทีพร้อมปรับปรุงความสัมพันธ์ และ “เปิดช่องเจรจา” กับเกาหลีใต้
ปธน.คิม กล่าวในสุนทรพจน์อวยพรปีใหม่ 2561 ว่า “ปุ่มกดอาวุธนิวเคลียร์” อยู่บนโต๊ะทำงานของเขา พร้อมใช้งานตลอดเวลา และ “มันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่การข่มขู่” ในปีนี้เกาหลีเหนือจะต้องผลิต พัฒนาขีปนาวุธอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเร่งติดตั้งจำนวนมาก โดยโครงการอาวุธนิวเคลียร์นั้นถูกออกแบบมาให้สามารถกำหนดเป้าหมายไปยังแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ แต่ก็จะใช้นิวเคลียร์ก็ต่อเมื่อถูกคุกคามเท่านั้น ซึ่งจะทำให้สหรัฐไม่กล้าก่อสงครามกับเกาหลีเหนือ
“เกาหลีเหนือสามารถรับมือกับภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์ทุกรูปแบบจากสหรัฐฯ ได้ และมีการป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์สุดแข็งแกร่ง ป้องกันไม่ให้สหรัฐฯ เล่นกับไฟ” เขากล่าว
พร้อมกับเผยว่าจะลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และจะปรับปรุงความสัมพันธ์ เปิดทางเจรจากับทางเกาหลีใต้ รายงานยังกล่าวอีกว่า ทางเกาหลีเหนือกำลังพิจารณาส่งตัวนักกีฬาร่วมเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2018 หรือ พย็องชังเกม ที่เมืองพย็องชัง ประเทศเกาหลีใต้ ในระหว่างวันที่ 9 – 25 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งเกาหลีใต้เคยกล่าวไว้ว่า จะดูแลต้อนรับนักกีฬาจากเกาหลีเหนือเป็นอย่างดี
บีบีซีรายงานว่า นักกีฬาจากเกาหลีเหนือมีเพียง 2 คน เท่านั้นที่ผ่านคุณสมบัติเข้าแข่งกันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ในกีฬาสเกตลีลา คือ นายรอม แท ออก และนางสาวคิม จู ซิก
อันที่จริงเกาหลีเหนือพลาดช่วงกำหนดเวลาการยืนยันส่งตัวนักกีฬาเข้าแข่งขันมาแล้ว แต่ทั้งสองคนยังคงร่วมเข้าแข่งขันได้ โดยคำเชิญของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล
“การมีส่วนร่วมของเกาหลีเหนือในโอลิมปิกฤดูหนาวจะเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงออกถึงความสามัคคีของประชาชน และพวกเราหวังว่าการแข่งขันเกมจะประสบความสำเร็จ ในปี 2018 นี้ เป็นปีสำคัญสำหรับเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยจะครบรอบ 70 ปี แห่งการก่อตั้งเกาหลีเหนือ ส่วนเกาหลีใต้ก็เป็นปีสำคัญในการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว” คิมกล่าวบางช่วงบางตอน
ท่าทีที่อ่อนข้อลงบ้างนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเกาหลีเหนือหรือไม่ หลังเมื่อปีที่ผ่านมาเกิดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีและนานาชาติมากขึ้น
เมื่อสื่อต่างประเทศถาม ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เกี่ยวกับคำกล่าวสุนทรพจน์ของคิม ทรัมป์กล่าวเพียงว่า “เดี๋ยวดูก่อน เดี๋ยวก็รู้”
ตลอดเวลาที่ผ่านว่า ทรัมป์ มักตอบโต้การทดสอบขีปนาวุธของเกาหลีเหนือว่าจะทำลายเมืองเปียงยางทิ้งเสีย ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือก็ตอบกลับว่า ทรัมป์กำลังทำภารกิจฆ่าตัวตายอยู่
คำข่มขู่ของเกาหลีเหนือเคยออกข่มขู่เมื่อกลางปี 2560 ว่าจะทำลายแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ และจะจมเกาะญี่ปุ่น (เป็นพันธมิตรเหนี่ยวแน่นกับทางสหรัฐฯ) ลงสู่ท้องทะเล “เกาะทั้ง 4 เกาะของญี่ปุ่น จะต้องจมลงทะเลด้วยระเบิดนิวเคลียร์แห่งจูเชและว่า ญี่ปุ่นไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ใกล้กับเกาหลีเหนืออีกต่อไป และจะทำให้แผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ เหลือเพียงเถ้าถ่านและความมืดมิด” บางช่วงของคำแถลงของคณะกรรมาธิการสันติภาพเอเชีย – แปซิฟิก เกาหลี ของเกาหลีเหนือ
อย่างไรก็ตาม วันที่ 22 ธันวาคม 2560 คณะความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซีอาร์) ได้วางมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ ซึ่งได้ยกระดับความเข้มงวดขึ้น เพื่อตอบโต้การทดสอบขีปนาวุธข้ามประเทศ (intercontinental ballistic missile: ICBM) ฮวาซอง 15 ของเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ก่อนตกลงสู่ทะเลนอกชายฝั่งญี่ปุ่น
มติจากสหรัฐฯ ได้รับการสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ 15 – 0 เสียงในที่ประชุมยูเอ็นเอสซีอาร์ โดยจะลดปริมาณน้ำมันดิบและปิโตรเลียมที่นานาชาติส่งออกไปเกาหลีเหนือลงไม่เกิน 500,000 บาร์เรลต่อปี หรือลดลงร้อยละ 90 ของปริมาณที่นำเข้าปัจจุบัน แรงงานเกาหลีเหนือจะต้องกลับประเทศภายในปี 2562 ซึ่งเป็นการจำกัดแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศของเกาหลีเหนือ รวมทั้งห้ามส่งออกสินค้าเกาหลีเหนือ เช่น เครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้า