ฝากขังหนุ่มก่อสร้างล่วงละเมิดนักท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ เจ้าตัวรับสารภาพแค่พยายามแต่ยังไม่ได้ข่มขืน ด้าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ย้ำห้ามขายสุราให้คนเมา ป้องกันเกิดเหตุซ้ำขู่โดนดำเนินคดีแน่ถ้าฝ่าฝืน
กรณีคนร้ายพยายามข่มขืนกระทำชำเรานักท่องเที่ยวสาวชาวนิวซีแลนด์ อายุ 29 ปี บริเวณไซต์งานก่อสร้างตรงข้ามวัดราชบพิธ ถนนเฟื่องนคร ในเขตพื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ต่อมาศาลออกหมายจับที่ จ.2726/61 ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2561 ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น และตำรวจควบคุมตัวนายอาณัฐ อุคดี อายุ 34 ปี คนงานก่อสร้างผู้ก่อเหตุระหว่างหลบหนีที่บ้านเช่าใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
วันนี้ (6 ธ.ค.) ที่ศาลอาญา ตำรวจนำตัวนายอาณัติ อุดดี ไปยื่นคำร้องขอฝากขังผัดแรก 12 วัน ระหว่างวันที่ 6-17 ธ.ค. เนื่องจากยังเหลือการสอบพยานอีก 6 ปาก และรอผลการตรวจเพิ่มเติม โดยคำร้องฝากขังระบุว่า ผู้เสียหายได้ไปท่องเที่ยวย่านถนนข้าวสารกับเพื่อนจำนวน 6 คน และพลัดหลงกับเพื่อน จึงเรียกรถแท็กซี่มาลงบริเวณที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายที่เมาสุราถูกผู้ต้องหาพาเข้าไปในอาคารก่อสร้าง ใช้กำลังประทุษร้ายถอดเสื้อผ้าและใช้นิ้วสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายก่อนหลบหนีไป จึงแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้
จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาเสพยาเสพติดด้วย จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพิ่ม โดยชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันเพราะคดีมีอัตราโทษสูง เกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ด้าน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีฐานข่มขืนกระทำชำเราบังคับขู่เข็ญ ตามกฎหมายอาญาฯ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก สูงสุดไม่เกิน 20 ปี พร้อมยืนยันว่าสถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยพอใจการทำงานของตำรวจไทย เนื่องจากมีการประสานงานกันตั้งแต่วันแรก จนกระทั่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว ส่วนการดูแลช่วยเหลือผู้เสียหายก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองระบุว่า ได้กำชับไปและขอความร่วมมือไปยังสถานบันเทิง สถานบริการต่างๆ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต้องเข้มงวดกวดขัน ห้ามจำหน่ายสุราให้กับผู้ที่มีอาการมึนเมาไม่สามารถครองสติได้ หากพบมีการละเมิดหรือฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี พร้อมเน้นย้ำกำลังทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลังในการดูแลนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก