พ่อแม่ใจสลาย ! ร้องโรงพยาบาลรับผิดชอบ หลังหนูน้อยวัย 3 เดือน ป่วยมีอาการไข้ขึ้นสูง แต่ รพ. รักษาล่าช้า จนเด็กช็อกเสียชีวิต ขณะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด แพทย์วินิจฉัยเด็กป่วยเป็น “โรคไข้กาฬหลังแอ่น”
วันที่ 11 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัตยา แสงชุม อายุ 24 ปี พร้อมด้วยนางกฤติยา สีสว่าง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/5 หมู่ 4 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง พร้อมด้วยญาติพี่น้อง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฝังศพลูกชาย เด็กชายชยากร แสงชุม อายุ 3 เดือน แพทย์วินิจฉัย เสียชีวิตด้วยโรค “ไข้กาฬหลังแอ่น” เมื่อคืนวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา โดยทางครอบครัวได้ทำพิธีฝังศพที่วัดธรรมราม ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง
โดยนางกฤติยา สีสว่าง แม่ของเด็กชายชยากร เผยว่า ปกติลูกชายเป็นเด็กอารมณ์ดี เลี้ยงง่าย ร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยเจ็บป่วย กระทั่งวันที่ 9 มกราคม เวลา 03.00 น. ลูกมีอาการตัวร้อน เป็นไข้สูง ตนจึงเช็ดตัวและให้กินยา จนช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.00 น. ลูกชายมีอาการไข้สูงอีก จึงตัดสินใจนำตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อไปถึงพยาบาลให้ตนเช็ดตัวให้ลูกและรอพบแพทย์ โดยแพทย์บอกว่าเด็กอายุขนาดนี้มีอาการไข้ขึ้นสูงซึ่งวัดได้ 39.5 องศาเซียลเซียสนั้น เป็นเรื่องธรรมดา พร้อมกับแจ้งแพทย์ว่า เด็กเริ่มมีผื่นขึ้นตามร่างกาย จากนั้นได้จ่ายยาพาราเซตามอลชนิดน้ำ สำหรับเด็กให้ 1 ขวด ซึ่งขณะนั้นลูกชายเริ่มมีอาการซึม โดยทางโรงพยาบาลให้กลับไปรอดูอาการต่อที่บ้าน และนัดพบแพทย์อีกครั้งในอีก 3 วันข้างหน้า
แต่พอกลับมาถึงบ้านพบว่าลูกชายยังมีอาการซึมและมีผื่นแดง ไข้ขึ้นสูงอีก จึงตัดสินใจพาลูกกลับไปที่โรงพยาบาลเดิมอีกครั้ง ในเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันเดียวกัน วัดไข้พบตัวร้อนสูง 40 องศาเซลเซียส พยาบาลจึงพาเข้าห้องฉุกเฉินและให้แม่เช็ดตัว จากนั้นได้เจาะเลือดไปตรวจก็พบว่า ผลเลือดปกติดี ซึ่งตนก็ดีใจคิดว่าลูกอาจไม่เป็นอะไรมาก แต่ตรงกันข้ามลูกชายมีอาการซึมมากขึ้นและไม่ยอมดื่มนม ส่วนผื่นตามตัวเริ่มกลายเป็นรอยจ้ำ ๆ พยาบาลจึงส่งตัวไปรักษาที่ตึกเด็ก ซึ่งขณะนั้นลูกชายอาการเริ่มทรุดหนัก แพทย์จึงทำการปั้มหัวใจเพื่อส่งต่อไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด แต่ไปได้ยังไม่ถึงครึ่งทางชีพจรลูกเต้นอ่อนมาก พยาบาลจึงตัดสินใจให้รถเลี้ยวกลับพาเด็กไปปั๊มหัวใจให้เพิ่มขึ้น ซึ่งเด็กทรุดหนักตลอดเวลา ซึ่งแพทย์บอกเพียงว่า ให้รอปาฏิหาริย์เท่านั้น เพราะหากปั๊มหัวใจเด็กกลับมาได้ หรือเด็กหายจากอาการป่วย ก็จะกลายเป็นเด็กไม่ปกติ เพราะขณะช็อกหัวใจหยุดเต้นในรถ สมองขาดเลือดไปชั่วขณะแล้ว และเมื่อได้ชีพจรกลับมาแพทย์จึงรีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลใหม่ทันที แต่ขณะนั้นตนยังไม่ทราบว่าลูกเป็นอะไร ไม่สามารถให้ข้อมูลโรงพยาบาลใหม่ได้ แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาลใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยชีวิตลูกชายอย่างเต็มที่ แต่สุดยื้อ จนเด็กชายชยากร เสียชีวิต ในเวลาประมาณ 22.00 น. คืนวันที่ 9 มกราคม 2562
นางกฤติยา ผู้เป็นแม่ยังบอกอีกว่า ขณะรถโรงพยาบาลที่แรกนำน้องไปส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัด คนขับรถก็ขับเรื่อย ๆ เปิดแค่ไฟกะพริบฉุกเฉิน ไม่ได้เปิดไฟไซเรนขอทาง เพื่อเร่งส่งต่อเด็กชายชยากรให้ถึงมือแพทย์โดยเร็วแต่อย่างใด และมาเริ่มเปิดสัญญาณไซเรนตอนใกล้ถึง รพ. เพราะลูกชายหัวใจหยุดเต้นอีก ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองและทุกคนในครองครัวทำใจไม่ได้ หลังสูญเสียลูกชายไปอย่างกะทันหัน
และหากแพทย์และพยาบาลในห้องฉุกเฉินรักษาอย่างเอาใจใส่ ไม่ให้รอนาน 3-4 ชม. แต่รีบตรวจเช็คให้ละเอียดแล้วรีบส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดตั้งแต่แรก ตนเชื่อว่าลูกต้องไม่ตาย แต่นี่เด็กมีไข้สูงมาก ให้เช็ดแต่ตัวและให้กลับไปดูอาการที่บ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ในระหว่างพิธีเผาศพลูกชาย มีตัวแทนจากทางโรงพยาบาลที่แรกมาร่วมงานด้วย โดยแจ้งกับพ่อแม่ว่า แพทย์วินิจฉัยว่า เด็กเสียชีวิตด้วย “โรคไข้กาฬหลังแอ่น” หลังจากที่โรคนี้ หายไปจากประเทศไทยกว่า 30 ปีแล้ว และสั่งให้พ่อแม่และญาติที่คลุกคลีกับเด็กชายชยากร ต้องไปฉีดยาป้องกันที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ในวันที่ 11 มกราคม 2562 แต่เมื่อญาติถามหาความรับผิดชอบจากทางโรงพยาบาล กลับได้รับคำตอบว่า ทางโรงพยาบาลไม่รู้จะรับผิดชอบอะไร แต่จะเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปปรับปรุงแก้ไขงานบริการของโรงพยาบาลให้ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวได้เรียกร้องให้ทางโรงพยาบาลดังกล่าว ออกมาแสดงความรับผิดชอบ หากการรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วเด็กชายชยากร อาจไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น