ประเด็น – ทนายความพาผู้เสียหายคดีรถชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากความบกพร่องของระบบสัญญาณไฟจราจร พื้นที่ สน.ศาลาแดง เข้าร้องเรียน กรณีตำรวจไม่รับผิดชอบ กลับโยนความผิดให้แก่ผู้เสียหาย
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. 59 เวลาประมาณ 23.08 น. สัญญาณไฟจราจรบริเวณสี่แยกสนามกีฬา ถนนพุทธมณฑล สาย 2 ตัดถนนทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กทม. มีนางบุษดี ลิมปชัย คู่กรณีที่ 1 ขับมาตามถนนพุทธมณฑล สาย 2 จากถนนบรมราชชนนี มุ่งหน้าถนนเพชรเกษม และคู่กรณีที่ 2 ขับมาตามถนนทวีวัฒนา – กาญจนาภิเษก จากทางด้านถนนพุทธมณฑล สาย 3 มุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก
เมื่อถึงที่เกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายต่างได้สัญญาณไฟจราจรสีเขียวพร้อมกัน และเกิดการชนอย่างจัง ทำให้คู่กรณีที่ 2 บาดเจ็บสาหัส แต่หลังจากนั้นพนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง ตั้งข้อหา นางบุษดี ลิมปชัย คู่กรณีที่ 1 เพียงฝ่ายเดียว

ภาพขณะชนกัน แต่สัญญาณได้เปลี่ยนเป็นไฟแดงแล้ว
และจากภาพจะเห็นได้ชัดว่า สัญญาณจราจรมีความบกพร่อง ซ่ึงเห็นไฟเขียวขึ่นพร้อมกัน 2 เส้นทาง และเจ้าหน้าที่เองก็ยืนยันกับผู้เสียหายว่า แยดตรงจุดนั้นสัญญาณไฟมักมีปัญหา ซึ่งตอนกลางวันจะใช้แบริเออร์กั้นแยกเพื่อไม่ให้รถพุ่งตรง

บุษดี ลิมปชัย
แต่ข้อสังเกตจากทนายความ นายสุวิจักขณ์ อัยยาพิสิฐ ตั้งข้อสังเกตจากสำนวนพบว่าเจ้าหน้าที่เจ้าของคดียศร้อยตำรวจเอกนั้น บกพร่องต่อหน้าที่ โดยเขียนสำนวนให้ผู้เสียหายผิดฝ่ายเดียว และมีการประวิงเวลาในการไกล่เกลี่ยให้จ่ายค่าเยียวยา

สุวิจักขณ์ อัยยาพิสิฐ
ทั้งนี้ ทนายความได้ตั้งข้อสังเกตส่งสำนวนให้อัยการมีความล่าช้า โดยเหตุเกิด 21 เม.ย. 59 แต่ส่งสำนวนให้อัยการเมื่อ 20 มิ.ย. 60 เพียง 1 วันก่อนคดีอายุความหมด (คดีหมดอายุความวันที่ 21 มิ.ย. 60) ส่งผลให้อัยการไม่ทันพิจารณา โดยอัยการได้ถามเจ้าพนักงานแล้ว เจ้าพนักงานอ้างว่าหลงลืม อาจทำให้ชี้ชัดได้ว่า มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ และดำเนินงานไม่เป็นไปตามจริยธรรมและข้อปฏิบัติเจ้าพนักงาน