ประเด็นคือ – กระทรวงวัฒนธรรม ประกาศ 70 ชื่อสุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 พร้อมเตรียมจัดฉายให้ประชาชนได้ชม 24 – 27 เม.ย.นี้
วันที่ 18 เม.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) แถลงข่าวโครงการเผยแพร่สุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 ว่า คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ร่วมกับสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์ ได้มีมติเห็นชอบรายชื่อภาพยนตร์ไทย 70 เรื่อง เป็นสุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อวงการภาพยนตร์ไทย
โดยพิจารณาจากภาพยนตร์เรื่องยาวที่จัดฉาย และเผยแพร่ในโรงภาพยนตร์ของไทย ในช่วงเวลาแห่งการครองสิริราชสมบัติ 70 ปี คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2489 – 13 ต.ค. 2559 รวมกว่า 5,000 เรื่อง ที่มีความโดดเด่น เช่น ได้รับรางวัลระดับประเทศ หรือนานาชาติ ทำสถิติรายได้การขายบัตรชมสูงสุด 5 อันดับแรกของปี สร้างแรงบันดาลใจต่อผู้ชม สะท้อนถึงชีวิตคนไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 และทรงคุณค่าทางศิลปะ
นายวีระ กล่าวว่า การคัดเลือกครั้งนี้มีประชาชนร่วมเสนอรายชื่อภาพยนตร์เข้ามาถึง 29,844 คน จำนวน 359 เรื่อง โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากวงการภาพยนตร์และศิลปินแห่งชาติได้ร่วมกันคัดเลือก และนำเสนอเข้าสู่คณะอนุกรรมการพิจารณา ก่อนเสนอต่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเห็นชอบ ประกาศเป็นสุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 จำนวน 70 เรื่อง
อาทิ สันติ-วีณา (พ.ศ.2497), เล็บครุฑ (พ.ศ.2500), เรือนแพ (พ.ศ.2504), ชู้ (พ.ศ.2515), หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์ (พ.ศ.2517), วัยอลวน (พ.ศ.2519), น้ำพุ (พ.ศ.2527), ด้วยเกล้า (พ.ศ.2530), 2499 อันธพาลครองเมือง (พ.ศ.2540), บางระจัน (พ.ศ.2543), แฟนฉัน (พ.ศ.2546), โหมโรง (พ.ศ.2547), ต้มยำกุ้ง (พ.ศ.2548), ก้านกล้วย (พ.ศ.2549, ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พ.ศ.2550), รถไฟฟ้ามาหานะเธอ (พ.ศ.2552), ลุงบุญมีระลึกชาติ (พ.ศ.2553), พี่มาก…พระโขนง (พ.ศ.2556), คิดถึงวิทยา (พ.ศ.2557), เพลงของข้าว (พ.ศ.2558) เป็นต้น
โดยหลังจากนี้ จะมีการจัดพิมพ์หนังสือ จัดนิทรรศการ และจัดฉายให้ประชาชนได้รับชม แบ่งเป็นส่วนกลางจัดฉาย 10 เรื่อง ที่โรงภาพยนตร์ สกาลา สยามสแควร์ วันที่ 24 – 27 เม.ย.นี้ ส่วนภูมิภาค 9 เรื่อง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา, โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ซีเนม่า, เมญ่า เชียงใหม่, โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เอ็กซ์ซีเนม่า เซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต และโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 7 พ.ค. – 23 มิ.ย. รวมทั้งเผนแพร่ ณ เทศกาลภาพยนตร์ไทยในต่างประเทศโอกาสต่างๆ ด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมภาพยนตร์ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค 4 จังหวัด สามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่ง รอบฉาย วัน เวลาและสถานที่ที่ต้องการเข้าชมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ “คอนเทนต์ไทยแลนด์” หรือเว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย