แกนนำพันธมิตรฯ รอดคดีดาวกระจายไล่ “สมัคร สุนทรเวช” 6 คนเป็นการฟ้องซ้ำกับอีกคดีที่ตัดสินไปแล้ว ส่วนอีก 3 คนที่ศาลชั้นต้นรอการกำหนดโทษให้พ้นผิด ชี้ เป็นการชุมนุมตามสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญ
วันที่ 30 ม.ค. ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาในคดีที่ อัยการสำนักงานคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมดาวกระจาย เมื่อปี 2551 เพื่อต่อต้านรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช โดยจำเลยที่ 1-9 ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี
โดยฟ้องในความผิดฐาน ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนและก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร , ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการโดยผู้กระทำคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , 215 , 216
คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.60 พิพากษายกฟ้อง พล.ต.จำลอง กับพวกจำเลยที่ 1-6 เนื่องจากเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีบุกรุกทำเนียบรัฐบาล ซึ่งศาลพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1-6 คนละ 2 ปี โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 7-9 กระทำผิดจริง แต่ให้รอการกำหนดโทษ มีกำหนด 2 ปี
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว พิพากษาแก้เป็นยกฟ้องจำเลยทั้ง 9 คน โดยเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นกรณีจำเลยที่ 1-6 เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีบุกรุกทำเนียบรัฐบาล ส่วนจำเลยที่ 7-9 ก็ไม่มีความผิดฐานก่อความวุ่นวายตามมาตรา 215 ด้วย แม้โจทก์จะยกกรณีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการรื้อถอนเวทีและเต็นท์ของผู้ชุมนุม ศาลเห็นว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เริ่มจากผู้ชุมนุม และการตรวจค้นพบเหล็กแป๊บและขวานในพื้นที่หลังผู้ชุมนุมถอยออกไปก็ไม่ได้ค้นจากตัวผู้ชุมนุม มีข้อสงสัยว่าไม่ใช่ของผู้ชุมนุม จึงเป็นการใช้สิทธิชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ