นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออกตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (พ.ค. 62) มีผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้วจำนวน 22,203 ราย มีผู้เสียชีวิตประมาณ 28 ราย มีจำนวนผู้ป่วยกับผู้เสียชีวิตสูงกว่าเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว โดยข้อมูลของปี 2561ในระยะเดียวกัน (พ.ค. 61) มีผู้ป่วยประมาณ 13,164 ราย เสียชีวิต 19 ราย ซึ่งปีนี้มากขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว ด้านกรมควบคุมโรคได้มีการพยากรณ์โรคตั้งแต่เดือน ธ.ค.61 แล้วว่า ในปีนี้จะพบผู้ป่วยไข้เลือดออกมาก เนื่องจากปีนี้มีฝนตกสลับกับอากาศแล้ง ซึ่งเอื้อต่อการเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย อีกทั้งยังตรวจพบไวรัสไข้เลือดออกสายพันธุ์ที่สองมากกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเชื้อดังกล่าว หากผู้ป่วยติดเชื้อครั้งที่สอง จะแสดงอาการรุนแรงและมีโอกาสเสียชีวิตได้
สถิติผู้ป่วยไข้เลือดออก 3 ปีย้อนหลัง พบว่า ปี2559 มีผู้ป่วย 63,310 ราย เสียชีวิต 61 ราย ปี2560 มีผู้ป่วย 53,190 ราย เสียชีวิต 63 ราย ปี2561 มีผู้ป่วย 85,849 ราย เสียชีวิต 111 ราย ซึ่งถือว่าปีนี้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มีแนวโน้มจะชะลอตัวลง เพราะทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินการรณรงค์ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั่วประเทศ จัดทีมเจ้าหน้าที่สำรวจและทำลายภาชนะน้ำขัง และพ่นยาฆ่ายุงในรัศมี 100 เมตรตามชุมชนต่างๆ
นอกจากนี้ นพ.สุวรรณชัย ฝากเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงอย่าให้ยุงกัด ใส่เสื้อผ้ามิดชิด นอนในมุ้งหรือป้องกันด้วยยากันยุง ช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ถ้าหากมีอาการไข้สูงภายในสองวันอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์หลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง และเลี่ยงการกินยากลุ่มแอสไพรินหรือกลุ่มเอ็นเสด เพราะจะเป็นการซ้ำเติมภาวะเลือดออก