ประเด็นคือ – หนุ่มเมืองช้างพลิกวิกฤติเป็นโอกาส ช่วงราคาข้าวตกต่ำ เร่งขนข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ขายตรงผู้บริโภค ไม่ง้อโรงสีและพ่อค้าคนกลาง
วันที่ 27 ต.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ สภาพดินช่วงหน้าแล้งจะกระด้าง ปลูกได้อย่างเดียวคือข้าว แต่ก่อนก็ปลูกแต่ข้าวพันธุ์เดิมๆ พอมีข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ กข.15 จึงเป็นความหวังเดียว ของ ทิดเลย์ หรือ นายภัทรพงศ์ บูรณะศิริศิลป์ อายุ 39 ปี ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาหรือฟ้าลิขิต ยุคราคาข้าวหอมมะลิตกต่ำ ได้พลิกผันตัวเองจากชาวนา ให้เป็น พีซีมือใหม่ หรือพ่อค้ามือใหม่ โดยการนำเอาข้าวจากที่นาตัวเองมาสีที่โรงสีในหมู่บ้านแล้วทำการคัดแยก เพื่อไปขายให้กับผู้บริโภคโดยตรงที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
นายสิงห์ ทองมี อายุ 60 ปี ชาวนาบ้านเบง กล่าวว่า การที่มีคนมารับซื้อข้าวถึงที่บ้าน เป็นเรื่องที่ดีมากเพราะไม่ได้ผ่านพ่อค้าคนกลาง ข้าวที่ขายไม่ได้หักความชื้นหรือหัก ส่วนต่างเหมือนกับที่ไปขายที่โรงสีใหญ่ และอยากให้มีการรับซื้อแบบนี้เป็นจำนวนมากๆซึ่งจะทำให้ชาวนาได้รับผลประโยชน์และไม่โดนเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง และผู้บริโภคจะได้รับประทานข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพสูง
ด้าน ทิดเลย์ หรือนายภัทรพงศ์ พีซีมือใหม่หัดขาย กล่าวว่า ข้าวที่ตนเองนำไปขายให้กับผู้บริโภคนั้นเป็นข้าวที่ปลอดสารพิษ เป็นข้าวที่ทำด้วยมือตัวเอง กับญาติพี่น้องที่รู้จักในหมู่บ้าน และใช้โรงสีในชุมชน ในการสีข้าว และการสีข้าว แต่ละครั้งจะไม่ให้โรงสีขัดข้าวแรง จนเกินไป เพราะจะทำให้สารอาหารที่อยู่ในข้าวหอมมะลิหายไป จึงทำให้ข้าวที่ตนเองขายอยู่มีความหอมเป็นเอกลักษณ์ของ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้
จากการสีแล้วจะขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 30-40 บาท ต่อกิโลกรัม แล้วแต่คุณภาพของข้าวที่ขัดแยกออกมา หักค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันค่าเดินทางก็พอทำให้ตนเอง และครอบครัวพอมีเงินเหลือใช้เหลือเก็บบ้าง