“อภิสิทธิ์” ประเดิมงานแรกหลังคัมแบ็กหัวหน้าพรรค สอนมวยทีมเศรษฐกิจรัฐบาล แนะวิธีแก้ปัญหาราคายาง-ปาล์มโดยเร่งด่วน พร้อมประกาศนโยบายใหม่ ใส่ใจประชาชนมากกว่าตัวเลข
วันที่ 12 พ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส.ภาคใต้ของพรรค แถลงข้อเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาราคายางพารา และปาล์มน้ำมัน ที่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องยางพารา ปาล์ม และประมง มีปัญหาทั้งเรื่องของราคาและเรื่องข้อกฎหมายส่งผลกระทบต่อชีวิตของพี่น้องชาวใต้ ที่ผ่านมาพรรคได้เสนอแนวทางการแก้ไขมาตลอดแต่รัฐบาลไม่ได้ตอบสนองจริงใจ ดังนั้นจึงขอเสนอแนวทางเร่งด่วนให้กับรัฐบาล
เรื่องราคายาง 1.เรียกร้องให้รัฐบาลหาแนวทางให้การนำยางไปใช้ในประเทศได้จริง เพราะที่ผ่านมารัฐบาลรับหลักการแต่ไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้ เช่น การจะนำไปทำถนน หรือสนามกีฬา มีเพียงท้องถิ่นบางแห่งที่ทำได้จริง รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลว่าทำได้จริงเท่าไร และต้องแก้ไขข้อติดขัดต่างๆ
2. การสนับสนุนชาวสวนยางมีรายได้เสริม เช่น การปลูกพืชอื่น การทำงานควรเป็นเชิงรุก เข้าไปช่วยแนะนำให้การสนับสนุน และประสานเรื่องการตลาดรองรับให้ด้วยเพื่อให้ชาวสวนยางมั่นใจ
3.รัฐบาลต้องเร่งรัดข้อติดขัด การขออนุญาตจัดตั้งโรงงานแปรรูปยางระดับชุมชนของภาคเอกชน โดยหาก 3 ประการนี้ถ้ายังไม่เพียงพอ ควรนำเอาหลักการประกันรายได้เกษตรกรมาปรับใช้กับชาวสวนยางด้วย
ส่วนแผนงานต่อไป ในระยะปานกลางและระยะยาว ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกยางรายใหญ่ ควรร่วมมือกับกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ด้วยกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองและบริหารตลาด , แสวงหาตลาดใหม่ๆ รองรับ และสนับสนุนการแปรรูปที่ใหญ่กว่าระดับชุมชน รัฐบาลควรมีแผนผลักดันนิคมอุตสาหกรรมยาง โดยมีกรอบเวลาที่ชัดเจน
ส่วนเรื่องปาล์ม เสนอแก้ปัญหาปาล์มส่วนเกิน 3 แสนตัน โดยนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้ากระบี่ จากการคำนวณใช้เวลาครึ่งปีก็จะขจัดสต็อกที่ล้นไปได้ โดยใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท
“ขณะนี้รัฐบาลเหมือนจะขยับ แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบแทนที่จะใช้โรงไฟฟ้าที่กระบี่ กลับมีแนวคิดการใช้ปาล์มที่บางปะกง ซึ่งทำให้มีการสูญเสียค่าส่งขนโดยเปล่าประโยชน์ไป 1 บาท ต่อกิโลกรัม ”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องเร่งด่วนเหล่านี้เป็นการตอกย้ำสภาพเศรษฐกิจที่โตยากเพราะฐานคนส่วนใหญ่ขาดรายได้ และเป็นการตอกย้ำปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ขอยืนยันว่านโยบายของพรรคต่อไปจะเปลี่ยนวิธีคิดการบริหารเศรษฐกิจที่มัวแต่หลงกับตัวเลขภาพรวมของรายได้ประชาชาติมาใส่ใจกับรายได้จริงของประชาชน