จุดความร้อน(Hotspot)ในเชียงใหม่วันนี้พบแล้วกว่า 615 จุด มากสุดในรอบหลายปี ผู้ว่าฯ สั่งทุกอำเภอเร่งดับไฟป่าทุกจุด พร้อมเร่งเปิดเซฟตี้โซนในแต่ละอำเภอ
วันที่ 1 เม.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่ยังคงวิกฤต แม้ว่าค่าฝุ่นละออง PM 2.5 จะเริ่มลดลง แต่กลับพบว่าจุดความร้อน (Hotspot) จากไฟป่ายังคงเพิ่มขึ้น
โดยวันที่ 29 มี.ค. พบ 53 จุด, วันที่ 30 มี.ค. พบ 131 จุด และ วันที่ 31 มี.ค. พบ 152 จุด ส่วนเช้าวันนี้(1 เม.ย. 62)พบจุดฮอตสปอตเพิ่มขึ้นถึง 615 จุด มากที่สุดในรอบหลายปี
นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เผยถึงสถานการณ์ไฟป่าที่ อ.เชียงดาว ว่า กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช เตรียมระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 2 พันนาย ร่วมกับทหาร และตำรวจ เข้าพื้นที่เพื่อดับไฟป่า รวมทั้งนำเฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำเข้าไปดับไฟป่าในพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูง
ซึ่งวันนี้ได้เรียกประชุมนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ เน้นย้ำ 3 เรื่องคือ การยุติไฟป่าให้หมดไปจากพื้นที่ การลดภาวะฝุ่นละอองโดยการเพิ่มความชุ่มชื้นให้อากาศต่อเนื่อง และการดูแลสุขภาพของประชาชน ซึ่งให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ต่างๆ จัดตั้งเซฟตี้โซนเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้ได้ประสานไปยังศึกษาธิการจังหวัด เพื่อสั่งการให้ทุกโรงเรียนตรวจสอบเรื่องสุขภาพของนักเรียน หากพบมีนักเรียนเจ็บป่วยจากผลพวงของมลพิษหมอกควัน ก็ให้นำนักเรียนไปพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอาการป่วย
นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่เกิดไฟป่าที่น่าเป็นห่วงและต้องพยายามรักษาแนวเขตไว้ คือ อ.เชียงดาว เพราะไฟป่าเกิดขึ้นบนภูเขาสูงที่เป็นชะง่อนผา กำลังคนจึงไม่สามารถเข้าไปยังจุดที่เกิดไฟป่าได้ ต้องประสานให้เฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำเข้าไปดับไฟป่า
ส่วนการประกาศภาวะภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน การประกาศดังกล่าวเพื่อสนับสนุนในเรื่องของงบประมาณและสรรพกำลัง แต่ขณะนี้ไม่มีปัญหาในการจัดการด้านงบประมาณ เพราะมีหลายหน่วยงานทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกองทัพภาคที่ 3 เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงาน ขณะเดียวกันที่ผ่านมาจังหวัดก็ได้ออกประกาศเรื่องปัญหาหมอกควันและไฟป่าซึ่งครอบคลุมทุกประเด็นอยู่แล้ว
ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยว จากการประเมินสถานการณ์พบว่ายังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นปกติ ส่วนผลกระทบอาจเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย เช่น เที่ยวบินจากต่างประเทศที่บินเข้ามาไม่สามารถลงจอดที่สนามบินเชียงใหม่ได้ จึงเปลี่ยนไปลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแทน แต่หลังหมอกควันจากก็สามารถบินกลับมาลงที่สนามบินเชียงใหม่ได้
สำหรับคุณภาพอากาศเช้าวันนี้ ที่สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ เวลา 10.00 น. วัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ 129 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI อยู่ที่ 239 US AQI