รัฐบาลเนเธอร์แลนด์กำลังพิจารณาปิดเรือนจำ 4 แห่ง เพื่อลดค่าใช้จ่าย หลังจากอัตราการเกิดอาชญากรรมลดลงต่ำสุดนับในรอบ 38 ปี นับตั้งแต่ปี 2523 แม้ว่าจะมีการส่งนักโทษจากประเทศอื่นเข้ามาฝากขังแล้วก็ตาม
จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ระบุว่า เมื่อปี 2560 มีอัตราการเกิดอาชญากรรมเพียง 49 คดีต่อประชาชน 1,000 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้นายแซนเดอร์ เด็คเกอร์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม มีแผนเตรียมปิดเรือนจำกว่า 4 แห่งในจังหวัดนอร์ทฮอลแลนด์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ก่อนหน้านี้ในปี 2556 รัฐบาลเคยมีแผนปิดเรือนจำ 19 แห่ง แต่สร้างความไม่พอใจให้กับพนักงานที่ทำงานในเรือนจำ และเกรงว่าจะกระทบต่อการจ้างงานในประเทศ รัฐบาลจึงประกาศรับตัวนักโทษจากประเทศอื่นๆ อย่างนอร์เวย์และเบลเยียม เข้ามาฝากขัง เพื่อหวังว่าเรือนจำจะยังคงสามารถเปิดต่อไปได้ แต่ก็ดูเหมือนว่าการปิดเรือนจำในเนเธอร์แลนด์จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะพบว่ากว่า 1 ใน 3 ของเตียงนักโทษในเรือนจำทั่วประเทศนั้นว่างเปล่า และมีนักโทษราวๆ 8,400 รายเท่านั้น
ส่วนสาเหตุที่เนเธอร์แลนด์มีจำนวนนักโทษน้อยนั้น บีบีซีรายงานว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ เนเธอร์แลนด์เน้นการแก้ปัญหาจากตัวผู้กระทำผิด เช่น ส่งผู้ต้องหาเข้ารับการบำบัดยาเสพติดหากติดยา การส่งเข้าหลักสูตรควบคุมความโกรธ หรือให้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมแทน แต่จะใช้วิธีการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไว้กับผู้ต้องหาเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเชื่อว่าเป็นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่ต้นเหตุ และมีประสิทธิภาพมากกว่าการสั่งจำคุก
ส่วนประเทศไทย ข้อมูลสถิติจากกรมราชทัณฑ์ล่าสุด สำรวจ ณ วันที่ 1 มี.ค. 2561 พบว่ามีนักโทษในเรือนจำทั้งสิ้นจำนวน 334,279 ราย