ประเด็นคือ – กองทัพเมียนมานำทีมผู้สื่อข่าวต่างชาติเข้าพื้นที่รัฐยะไข่ เพื่อชมหลุมศพหมู่ของพลเรือนที่นับถือศาสนาฮินดู โดยระบุว่าเป็นเหยื่อความรุนแรง ฝีมือกลุ่มติดอาวุธโรฮีนจา
วันที่ 27 ก.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เมียนมาพบศพชาวบ้านฮินดู 45 ศพ ในหลุมศพหมู่ในสัปดาห์นี้ โดยเป็นข่าวใหญ่ของเมียนมาที่รายงานความรุนแรงระลอกใหม่ในรัฐยะไข่ โดยระบุว่า กองทัพปลดปล่อยโรฮีนจาแห่งอาระกัน หรือเออาร์เอสเอ (ARSA) ได้โจมตีด่านตำรวจและค่ายทหาร 30 จุด เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 12 นาย และไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ได้โจมตีหมู่บ้านดีบอลกียาห์ ซึ่งนับถือศาสนาฮินดู กวาดต้อนชาวบ้านราวร้อยคน ให้เข้าไปกลางทุ่งนาและสังหารทีละคน
ทางการเมียนมากล่าวว่า ข่าวนี้เป็นหลักฐานที่ปฏิเสธข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของสหประชาชาติ โดยระบุว่า กองกำลังเมียนมากำลังต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย และหนึ่งในหลักฐานความโหดเหี้ยมของกลุ่มดังกล่าว ก็คือหลุมศพหมู่ของชาวบ้านฮินดู อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มเออาร์เอสเอ ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ของกองทัพเมียนมา และบอกว่าไม่เคยฆ่าพลเรือน
ด้านโครงการอาหารโลก องค์กรด้านอาหารของสหประชาชาติ ในบังกลาเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ทางโครงการกำลังเตรียมแจกจ่ายอาหารและความช่วยเหลือเร่งด่วนปริมาณมหาศาล หากการอพยพลี้ภัยของชาวโรฮีนจายังคงดำเนินต่อไป โดยรองรับได้ประมาณ 7 แสนคน ซึ่งสถานการณ์ความหิวโหยในค่ายผู้ลี้ภัยมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่โครงการอาหารโลกและองค์กรการุศลอื่นๆ พยายามเข้าช่วยเหลือมากขึ้น หลังจากชาวโรฮีนจา 4 แสน 8 หมื่นคน หลบหนีความรุนแรงข้ามพรมแดนไปยังบังกลาเทศ