แพทย์ประจำทีมฟุตบอลทีมชาติไทย เตือนนักวิ่ง-ออกกำลังกายกลางแจ้ง ท่ามกลางฝุ่น PM 2.5 ยังพอทำได้ แต่ต้องไม่ออกกำลังกายหนักและนานเกินไป
นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ แพทย์ประจำทีมฟุตบอลทีมชาติไทย และสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Ekkapob Pianpises ถึงการปฏิบัติตัวสำหรับนักวิ่งและผู้ต้องการออกกำลังกายกลางแจ้ง ในช่วงที่มีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ว่า “เมื่ออากาศเป็นพิษแต่เราติดวิ่ง ติดออกกำลังกายจะทำยังไงดี ?!!! เป็นคำถามที่มีหลายคนตั้งคำถามและมีความเห็นที่หลากหลายในโซเชียล
แน่นอนว่า เรารับทราบกันดีถึงพิษภัยของฝุ่น PM2.5 เพราะมีคนพูดถึงกันมากอยู่แล้ว ซึ่งผมต้องขอย้ำให้ชัดอีกครั้งว่าเจ้าฝุ่นมลพิษนี้อันตรายจริงๆ นะครับ ไม่ได้มาเล่นๆ มีทั้งผลระยะสั้นระยะยาว
แต่… สิ่งที่ยังเป็นคำถามสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกายกลางแจ้งคือจะยังพอที่จะออกไปวิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นฟุตบอล กลางแจ้งได้มั้ย
ก่อนอื่นผมต้องบอกกล่าวเรื่องการออกกำลังกายให้เข้าใจก่อนว่า ยกตัวอย่างการวิ่งมาราธอนนั้นนักวิ่งที่วิ่งจบในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จะมีการหายใจในปริมาณอากาศที่มากกว่าการหายใจ 24 ชั่วโมงในวันที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ตีเป็นตัวเลขคร่าวๆ ได้ว่านักวิ่งมาราธอนจะต้องหายใจเอาอากาศเข้าปอดมาถึง 150 ลิตรต่อนาทีเลยครับ
ถ้าต้องวิ่งในที่ที่มีมลพิษทางอากาศพอๆ กับกรุงเทพ คือมี AQI ประมาณ 200 นั่นหมายความว่านักวิ่งจะได้รับ PM2.5 จากการหายใจมากถึง 13.6 ไมโครกรัมต่อนาที
เมื่อการออกกำลังกายทำให้ได้รับฝุ่นเข้าไปมากก็แน่นอนว่า จะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า เนื่องจากมีข้อมูลทางวิชาการที่สรุปว่าผลของเจ้าฝุ่นพิษนี้เป็น dose-dependent หมายความว่ายิ่งได้รับเข้าไปมากก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายและทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ มากขึ้นนั่นเอง
แล้วแบบนี้ถ้าเรายังอยากออกกำลังกายกลางแจ้ง อยากไปลงวิ่งในงานที่สมัครไว้แล้ว อยากไปปั่นจักรยานจะยังทำได้หรือไม่ ?
จากการศึกษาข้อมูลพบว่า การออกกำลังกายกลางแจ้งในภาวะมลพิษทางอากาศนั้นยังพอทำได้ด้วยการพิจารณาทั้งในส่วนของระดับมลพิษ ความหนักของการออกกำลังกาย และเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกาย
ในพื้นที่ที่มี PM2.5 ประมาณ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะสามารถออกกำลังด้วยการเดิน ได้ไม่เกินวันละ 30 นาที
ถ้าหากมี PM2.5 ประมาณ 160 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะสามารถวิ่งเบาๆ หรือปั่นจักรยาน ให้ HR ประมาณโซน 2-3 ได้ 30 นาทีต่อวัน
เพราะถ้าออกกำลังกายมากกว่านี้ก็จะเป็นจุดที่เริ่มส่งผลต่อสุขภาพแล้วครับ
และมีการศึกษาอีกว่า หากออกกำลังกายในพื้นที่มลพิษแต่ AQI อยู่ในระดับสีเหลืองนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายในเรื่องของความสามารถในประสิทธิภาพการออกกำลังกาย
มีคำแนะนำเพิ่มเติมอีกว่า ถ้าจะต้องออกกำลังกายกลางแจ้งในเขตมลพิษ ทางที่ดีควรออกกำลังกายในสวนสาธารณะหรือในที่ห่างจากถนน รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงที่มีการจราจรคับคั่งด้วยครับ
สรุป คือ การออกกำลังกายกลางแจ้งในที่ที่มีมลพิษทางอากาศถือเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่ถ้าหากหากิจกรรมออกกำลังกายในร่มทดแทนไม่ได้ ก็ควรจะต้องทราบระดับของมลพิษในขณะออกกำลังกายนั้นเพื่อปรับความหนักเบาและเวลาของการออกกำลังกายให้เหมาะสม และควรเลือกสถานที่ออกกำลังกายรวมทั้งช่วงเวลาในการออกกำลังกายด้วยครับ”
https://www.facebook.com/ekkapob.pianpises/posts/2537036026311960
ที่มาและภาพ FB : Ekkapob Pianpises