Advertisement

SHARE

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งสรุปรายชื่อผู้โดยสารเหตุเรือล่ม เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน และยังสูญหายอีก 58 ราย (จากเรือเซเรเนต้า 2 ราย และเรือเรือฟีนิกซ์ 56 ราย) ผู้โดยสารทั้งหมด 138 ราย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังบูรณาการค้นหาอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ 6 ก.ค.61 เวลา 05.30 น. นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงสรุปเหตุการณ์เรือล่มช่วงเย็นวานนี้ว่า มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย, บาดเจ็บ 11 ราย และมีผู้สูญหาย 58 ราย ส่วนเหตุเรือเจ็ทสกีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 คน มีเรือประมงช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว

เหตุเรือเซเรเนต้า มีนักท่องเที่ยว 35 คนลูกเรือ 5 คน ไกด์ 1 คน ช่างภาพ 1 คน รวม 42 คน ที่ประสบเหตุพลัดตกเรือ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือลูกเรือและนักท่องเที่ยวได้ 40 คน ยังสูญหายอีก 2 คน คือนายอรุณ ฮาซันบิน ช่างเครื่อง และนายซันหัว ฟาง อายุ 30 ปี กท่องเที่ยวชาวจีน

เรือฟีนิกซ์ มีผู้โดยสารรวม 105 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยว 93 คน ลูกเรือและไกด์ 12 คน ช่วยเหลือได้แล้ว 48 คน เป็นนักท่องเที่ยว 36 คน ลูกเรือได้ 12 คน และมีรายงานพบผู้เสียชีวิต บริเวณเกาะ L สวมเสื้อชูชีพ TC diving จำนวน 1 คน เบื้องต้นยังมีผู้สูญหายอีก 56 คน

ทั้งนี้ทางจังหวัดจะยังคงบูรณาการกับทัพเรือภาคที่ 3 ตำรวจน้ำและเรือประมงเพื่อดำเนินการค้นหาผู้สูญหายทั้งทางบกและทางอากาศ โดยทัพเรือภาคที่ 3 ได้นำเรือหลวงหัวหิน เรือ ต .992 เรือ ต. 232 เรือหลวงล่องลมซึ่งเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดสนับสนุนการค้าหา รวมทั้งนำเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 4 ขึ้นค้นหาผู้ประสบภัย ชุดปฏิบัติการพิเศษทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนการค้นหาผู้ประสบภัยที่คาดว่าจะติดอยู่ในเรือรวมทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัยของทัพเรือภาคที่ 3

ขณะที่ น.ศ.ลักษณ์ฤกษ์ ชัยกาล เจ้าของเรือฟินิค พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในทุกด้าน โดยทางบริษัทจะดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ประสบภัยทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการดูแลค่ารักษา พยาบาลหรือการชดเชยค่าประกันภัยจากเหตุการบาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมกันนี้หากญาติของผู้เสียชีวิตมีความประสงค์จะนำศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดทางบริษัทก็จะดำเนินการให้อย่างเต็มที่

ขอบคุณข้อมูล ปชส. จังหวัดภูเก็ต

อ่านข่าวอื่นได้ที่
เว็บไซต์ : workpointnews.com
เฟซบุ๊ก: ข่าวเวิร์คพอยท์ ตลาดข่าว   
ยูทูบ: workpoint news   
ทวิตเตอร์: workpoint news   
อินสตาแกรม: workpointnews

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...