Advertisement

SHARE

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ติดตั้งระบบการตรวจสารคัดหลั่งทางพันธุกรรมที่สามารถทราบผลตรวจภายใน 90 นาที

วันที่ 10 ก.ค.2563 นาวาอากาศ โทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการ ทสภ. กล่าวว่า ตามที่ กพท. ออกประกาศเรื่อง เงื่อนไขในการอนุญาตให้อากาศยานทำการบินเข้าออกประเทศไทย (ฉบับที่ 2) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ซึ่งกำหนดให้อากาศยานที่ขนส่งบุคคลสามารถทำการบินมายังท่าอากาศยานในประเทศไทย รวมทั้งบุคคลที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยทางท่าอากาศยานต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศของ กพท. เท่านั้น

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพตามแนวทางการปฏิบัติตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 7/2563 วันที่ 30 มิถุนายน 2563 และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง ทสภ. ได้ประสานการทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานราชการ สายการบินและผู้ปฏิบัติงานภายใน ทสภ. เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกันให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล เช่น ตั้งจุดคัดกรองของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ จัดเตรียมพื้นที่ตั้งห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยระบบการตรวจหาสารคัดหลั่งทางพันธุกรรม หรือ PCR ซึ่งมีความรวดเร็วและแม่นยำถึงร้อยละ 95 ที่สามารถทราบผลตรวจภายใน 90 นาที

นอกจากนี้ได้เตรียมพื้นที่บริเวณ Gate D3 และ D4 เพื่อเป็นห้องพักคอยสำหรับผู้โดยสารที่รอผลตรวจ ซึ่งห้องดังกล่าวได้ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และจัดที่นั่งให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ การกรอกข้อมูลแบบฟอร์ม (ใบ ต.8) และการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน

สำหรับผู้โดยสารคนไทยยังคงต้องผ่านกระบวนการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการของรัฐและเข้ารับการกักตัวในสถานที่รัฐจัดเตรียมไว้ (State Quarantine) เป็นระยะเวลา 14 วัน เช่นเดิม

ทสภ. ให้ความสำคัญการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและด้านสาธารณสุขโดยเน้นย้ำการดูแลรักษาความสะอาดในทุกพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน รวมทั้งบริเวณพื้นที่จุดสัมผัสต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำ ลิฟต์ ทางเดินเลื่อน แบบ Deep Cleaning อย่างต่อเนื่องทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง และตั้งจุด Terminal Screening เพื่อตรวจคัดกรองอุณหภูมิร่างกายผู้ที่จะเข้ามาในอาคารผู้โดยสารทุกคน และขอความร่วมมือผู้โดยสารและผู้ใช้บริการทุกคนถือปฏิบัติตามวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) เมื่ออยู่ภายในอาคารผู้โดยสารและพื้นที่ท่าอากาศยานอย่างเคร่งครัดโดยการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความแออัดในพื้นที่ให้บริการ และกำหนดให้ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในอาคารผู้โดยสาร เพื่อช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19

ทั้งนี้ จำนวนปริมาณผู้โดยสารเดือนมิถุนายน 2563 มีจำนวนผู้โดยสารทั้งสิ้น 187,000 คน แบ่งเป็น ผู้โดยสารภายในประเทศ 144,302 คน ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 42,698 คน จำนวนเที่ยวบินทั้งสิ้น 5,044 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ 1,876 เที่ยวบิน และเที่ยวบินระหว่างประเทศ 3,168 เที่ยวบิน

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...