Advertisement

SHARE

จากกรณีส.ส.เพื่อไทย อภิปรายระหว่างพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ระบุว่า เมื่อปี 2561 มีการตรวจสอบพบคลินิก 18 แห่งในกรุงเทพฯ เบิกจ่ายเงินจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)  ในส่วนประเภทบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเพื่อให้ลงพื้นที่ชุมชนตรวจหาโรคเรื้อรัง กลุ่มเมตาบอลิก แต่ 18 คลินิกไม่ได้ให้บริการจริงนำไปสู่การเรียกคืนเงินกว่า 74 ล้าน

ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้รับข้อมูลว่ามีข้อเท็จจริงและ สปสช.รับทราบปัญหาการเบิกค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้ให้บริการจริงแล้ว ขณะนี้ได้หยุดการชำระเงินให้สถานพยาบาล 18 แห่งแล้วพร้อมเรียกคืนหนี้จากคลินิกเหล่านี้ และขณะนี้ได้รับเงินคืนบ้างแล้ว การกระทำที่เกิดขึ้นเป็นการทุจริตในการเบิกเงิน จึงจะยกเลิกใบประกอบโรคศิลปะที่ให้คลินิก 18 แห่ง พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบ 100 %

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ โฆษก สปสช. ชี้แจงว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพฯ ได้จัดให้มีกิจกรรมการรายการตรวจคัดกรองความเสี่ยงในกลุ่มภาวะเมตาบอลิก (Metabolic Disease) ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคอ้วน ในกลุ่มเป้าหมาย อายุ 15 ปีขึ้นไป โดยมีอัตราชดเชยการตรวจคัดกรองความเสี่ยงเบื้องตัน 100 บาท/ครั้งคน/ปี และการตรวจคัดกรองไขมัน (Total Cholesterol, HDL, LDL, Trigyceride) 300 บาทต่อครั้ง/คน/ปี สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ที่มีประวัติเสี่ยง, บิดมารดาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ, BMI > 25 เดือนสิงหาคม 2562 ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการจ่ายชดเชยค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ของปีงบประมาณ 2562 โดยคัดเลือกหน่วยบริการที่มีการเบิกชุดเชยค่าบริการในรายการตรวจคัดกรองความเสี่ยงในกลุ่มภาวะเมตาบอลิก สูงสุด จำนวน 45 แห่ง พบว่า มี 18 แห่งที่ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้รับบริการได้รับบริการจริง, ไม่สามารถติดต่อผู้รับบริการได้จากเบอร์โทรศัพท์ที่บันทึกไว้ในเอกสารการคัดกรอง หรือไม่บันทึกหมายเลขไว้, มีการแก้ไขข้อมูลน้ำหนัก/ส่วนสูง เพื่อให้เข้าเกณฑ์การตรวจคัดกรองเพิ่มเติม, มีการให้บริการเชิงรุกแก่ประชาชนสิทธิต่างจังหวัด ในพื้นที่นอกข้อตกลงกับสำนักงานๆ เป็นต้น

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ โฆษก สปสช.

โฆษก สปสช. กล่าวว่า ในเดือนกันยายน 2562 อนุกรรมการหลักประกันสุขภาพ กทม. (อปสข.กทม.) มีมติให้ขยายผลการตรวจสอบข้อมูลในรายการการให้บริการตรวจคัดกรองความเสี่ยงในกลุ่มภาวะโรคเมตาบอลิก ร้อยละ 100 ของหน่วยบริการจำนวน 18 แห่ง จากนั้นเดือนตุลาคม 2562 สำนักงานได้ดำเนินการขยายผลการตรวจหน่วยบริการ 18 แห่งดังกล่าว พบว่า ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือประกอบด้วย ข้อมูลการคัดกรองความเสี่ยงโดยการสัมภาษณ์ จำนวน 192,058 ราย การตรวจคัดกรองไขมัน (เจาะ lab) จำนวน 184,196 ราย จำนวนเงินชดเชยรวมทั้งสิ้น 74,397,720 บาท

เดือนพฤศจิกายน 2562 อปสข. มีมติให้เรียกเงินคืนจากหน่วยบริการ และมอบให้สำนักงานๆ ดำเนินการขั้นตอนต่อไป และเดือนเมษายน 2563 สำนักงานฯได้นำเรื่องเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาหักค่าใช้จ่าย พิจารณา ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ มีมติดังนี้

1.ชะลอจ่ายค่าบริการทางการแพทย์จากเงินพึงได้ทั้งหมดของหน่วยบริการทั้ง 18 แห่ง ในปีงบประมาณ 2563 และรอจนกว่าผลการตรวจสอบเสร็จสิ้น

2.เรียกคืนเงินตามจำนวนที่ตรวจสอบพบว่าการเบิกจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ที่ไม่ถูกต้อง

3.ให้หักค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการได้

4.ประสานงานสำนักกฎหมายดำเนินการเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพเสนอให้ส่งเรื่องไปยังสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะต่อไป

5.ให้ทำหนังสือถึงสำนักงาน เรียนเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้สำนักงาน มอบอำนาจให้ สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร ดำเนินการแจ้งความตามคดีอาญา

6.ให้ยกเลิกสัญญาหน่วยบริการประจำทั้ง 18 แห่ง ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

โฆษก สปสช. กล่าวว่า สปสช.กทมได้ดำเนินการกับหน่วยบริการทั้ง 18 แห่งไปแล้ว ซึ่งหน่วยบริการยินยอมให้หักค่าใช้จ่ายจากเงินพึงได้ทั้งหมด โดยในส่วนนี้มี 2 แห่งหักครบแล้ว ส่วนที่เหลือจะหักครบภายในปีงบประมาณ 2563 พร้อมกันนี้ได้ประสานสำนักกฎหมายและทำหนังสือถึงเลขาธิการเพื่อดำเนินการข้อ 4-5 หลังสปสช.เขต 13 กทม.ตรวจพบความผิดปกติของการเบิกเงินชดเชยจากกระบวนการตรวจสอบเวชระเบียน (Audit) ซึ่งเป็นขั้นตอนการทวนสอบข้อมูลตามมาตรฐานสากล เมื่อพบข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือก็ได้ดำเนินการนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมการชุดต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อความรอบคอบ จึงต้องใช้เวลาในการรวบรวมหลักฐานการให้บริการในพื้นที่ต่างๆตามที่หน่วยบริการส่งข้อมูลเบิกเงินชดเชยให้ครบถ้วน ก่อนที่จะแจ้งความดำเนินคดี

ที่มา www.isranews.org

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...