Advertisement

SHARE

รอง ผบช.น.พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงถึงสถานการณ์การชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุม กลุ่มคณะราษฎร 63 

วันที่ 16 ต.ค.2563 พล.ต.ต.ปิยะ ตะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมด้วยพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร 63 บริเวณแยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ ตั้งแต่เมื่อช่วง 16:00 น. วานนี้ที่เริ่มชุมนุมไปจนถึงการประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 22.00 น.

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ใช้กำลังกำลังตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด 15 กองร้อย หรือจำนวน 2,325 นาย ดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุมครอบคลุมพื้นที่ สามารถดูแลการชุมให้ผ่านไปได้ด้วยดีไม่เกิดการวุ่นวายหรือกระทบกระทั้ง แต่การชุมนุมที่เกิดขึ้นถือเป็นการฝ่าฝืนตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงฯ ที่มีความผิดเกิดขึ้นแล้ว ผู้ที่มาชุมนุมจะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย ซึ่งตำรวจได้มีการบันทึกภาพและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานไว้หมดแล้ว ส่วนจะมีการดำเนินคดีเมื่อไร อย่างไร ก็จะต้องพิจารณากันอีกรอบ ส่วนจำนวนผู้ชุมนุม ที่ได้ทำการประเมินตามหลักวิทยาศาสตร์ พบว่ามีประมาณหนึ่งหมื่นคนซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ของเจ้าหน้าที่

รอง ผบช.น. กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ฝากถึงประชาชนที่มาร่วมชุมนุมว่า ขอให้คิดให้รอบคอบ เนื่องจากหากมีการกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจะมีประวัติติดตัวและมีผลกระทบต่อไปในอนาคต โดยประชาขนที่จะนำรถบรรทุกน้ำ อาหาร รถขยายเสียงเข้ามาในพื้นที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายในวันที่ 16 ต.ค.นี้

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยว่า การชุมนุมที่เกิดขึ้น 3 วัน จับกุมแกนนำได้ทั้งหมด 22 ราย แบ่งเป็นแกนนำที่ถูกจับกุมตามหมายจับ 4 ราย รวมถึงแนวร่วมที่มีความผิดซึ่งหน้าจำนวน 18 คน โดยจะส่งห้องฝากขังดำเนินคดีต่อไป ส่วนกรณีที่มีรายงานว่านายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ระยอง ถูกตำรวจควบคุมตัวนั้นตนยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ ส่วนการชุมนุมในวันนี้ถือเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรงและตำรวจได้มีการประกาศเตือนและทราบแล้วว่าเรื่องใดสามารถทำหรือไม่ทำได้ หากมีใครฝ่าฝืนทางพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป

จากการตรวจสอบพบว่า มีผู่ชุมนุมบางส่วนได้พังกำแพง sky walk ทางเชื่อมระหว่างห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โรงพยาบาลตำรวจมุ่งหน้าบีทีเอสสยาม การกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดเนื่องจากเป็นการกระทำให้เสียทรัพย์ ร่วมกันทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ทั้งนี้ยังผมผู้ขุมนุมนำกระดาษไปติดกล้องวงจรปิดอีกด้วย จึงมองว่า”อันนี้หรือที่บอกว่าการชุมนุมโดยสงบ” การกระทำความผิดนี้หากทำผิดไปแล้วไม่ว่าแบบใดก็ตามขอให้ประชาชนศึกษาข้อมูลมาให้ดี ๆ เพราะหากถูกดำเนินคดีไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับได้ โดยขอให้ไปศึกษาแกนนำหรือผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้า

กรณีผู้ชุมนุมกดดันให้มีการปล่อยตัวแกนนำที่ถูกที่หน้านั้น ระบุว่าการปล่อยตัวแกนนำนั้นต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนตามกฎหมาย เพราะหากไม่ทำผิดก็จะไม่ถูกดำเนินคดี หลังจากนี้ก็ว่าไปตามกระบวนยุติธรรม

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...