{{-- --}}
Advertisement

SHARE

นายกรัฐมนตรีย้ำรัฐบาลเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงดูดการลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ ยืนยันไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร

วันที่ 18 ก.พ. 2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 25 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ถึงกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในโครงการพัฒนาภาคใต้ ว่า ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้กำกับดูแลการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ จากที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในระยะที่ผ่านมา ทั้งการจัดซื้อที่ดิน การทำธุรกรรม ความไม่ชอบธรรมต่าง ๆ นั้นได้มีการดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้งนี้ ในแง่ของนโยบาย หากมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นแล้วจะให้ล้มเลิกโครงการใหญ่ ๆ ทั้งหมดคงไม่ใช่ ต้องแยกออกจากกันว่าสิ่งใดที่ทำได้ ทำถูกหรือไม่ถูก เพราะต้องมีการพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลมุ่งเน้นพัฒนาสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ หากมีรายได้อยู่ร้อยล้าน รัฐบาลก็จะหาทางเพิ่มรายได้เป็นพันล้าน หรือหมื่นล้าน หรือแสนล้านในพื้นที่ที่มีศักยภาพให้กับประชาชน ซึ่งในส่วนของการซื้อที่ดินสามารถทำได้ตามกฎหมาย โดยปัญหาการซื้อที่ดินต้องมีการตรวจสอบที่การซื้อที่ดินว่าถูกต้องหรือไม่ ไม่ใช่นำมาพันกับโครงการอื่น ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร แต่ใครจะได้ประโยชน์และถูกต้องหรือไม่ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาทับซ้อนในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ชาติพันธุ์ ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่ จึงต้องมีการแก้ปัญหาอย่างละเอียดอ่อน รัฐบาลจึงมีนโยบายเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เดิมใน 3 พื้นที่ และเพิ่มพื้นที่ที่ 4 คือ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งได้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าไปดูแลเพื่อนำสู่กระบวนการแก้ไขพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งนี้ เขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นการเตรียมการที่ต้องรอระยะเวลาเพื่อให้เกิดการเจริญเติบโต โดยระหว่างที่รอการเจริญเติบโต ต้องมีการศึกษาศักยภาพ ขยายช่องทางเพิ่มเติมในเขตพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับประเทศอื่น เช่น เมียนมา ลาว ที่จะต้องพัฒนาหาจุดที่เชื่อมต่อให้ได้

นอกจากนี้การเปลี่ยนผังสีของที่ดินก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่ว่าใครจะไปกำหนดสีใด ๆ ได้ เพราะจะต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งสิ่งที่สำคัญคือต้องสร้างศักยภาพให้เกิดในประเทศไทย ใช้ทรัพยากรให้เกิดความคุ้มค่า มีมูลค่า เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนในทุกพื้นที่ ทุกภาค โดยไทยมีพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษรวม 10 พื้นที่ทั่วประเทศ ที่จะต้องส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมเพื่อดึงดูดการลงทุน อาทิ ถนน ไฟฟ้า พลังงาน ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับใน 4 พื้นที่ 3 เหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ถ้ามีความพร้อม นักลงทุนก็พร้อมที่จะมาลงทุน โดยจะต้องมีการลงทุนที่โปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตนได้ย้ำสั่งการทุกครั้งว่าต้องตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ มีกลไกในการตรวจสอบ สามารถร้องทุกข์ กล่าวโทษ แจ้งองค์กรอิสระตรวจสอบได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นกติกาการทำงานมาโดยตลอด

รัฐบาลเร่งพัฒนาประเทศ มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้พ้นจากการเป็นประเทศกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งนี้ ในการพัฒนาไปข้างหน้าอาจจะมีปัญหา ถ้าพบการทุจริตตรงไหนก็ต้องแก้ไข แต่ไม่อยากให้การอภิปรายส่งผลกระทบต่อโครงการขนาดใหญ่ที่มีการริเริ่มดำเนินการแล้ว เพราะจะส่งผลต่อการลงทุนของต่างประเทศด้วย

podcast

LATEST
OUR PICKS
HOT
กำลังโหลดบทความถัดไป...